วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557

นิยายลา ฟลอร่า ตอน ศึกชิงกุหลาบ ตอนที่ ๓



           "ในที่สุดหม่อมฉันก็ได้พบเห็นพระองค์อีกครั้ง หลังจากที่ต้องตามหาชิ้นส่วนของพระองค์มาเป็นเวลาหลายปี อวัยวะชิ้นนี้ก็เป็นชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้ร่างกายของพระองค์ได้กลับมาครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนเดิม กลับมาหาหม่อมฉันเถิดนะเพคะ ท่านพี่โอซิริส มาเห็นลูกชายของพวกเราโฮรัสได้เติบโตเป็นหนุ่มใหญ่มีกำลังวังชาเพื่อที่วันข้างหน้าจะได้กำจัดเจ้าเทพเซธผู้ชั่วร้ายซึ่งได้พรากชีวิตของพระองค์ไปจากหม่อมฉัน แล้วยังฉีกกระชากร่างกายของพระองค์ออกเป็นส่วน ๆ อีก ได้โปรดฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งเถิด" เหมยฮัวซึ่งรับบทเป็นเทพีไอซิสทำท่าคร่ำครวญต่อหน้าโฮรัสซึ่งรับบทเป็นเทพโอซิริส เธอทำท่าวางอวัยวะลงไปบนร่างของโฮรัส  โฮรัสได้ลุกขึ้นนั่งแล้วกุมมือของเหมยฮัวไว้แน่น

         "โอ้! ที่รัก ที่นี่มันที่ไหนกัน เกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่ ข้าสับสนไปหมดแล้ว แต่ก็ช่างเถิดได้เห็นหน้าแก้วตาดวงใจอย่างเจ้า หัวใจข้าก็ชุ่มฉ่ำแล้ว แต่หากได้ดอกกุหลาบมาซักดอกเพื่อมาประดับผมให้เจ้าก็จะดียิ่งนัก"   โฮรัสแสดงได้อย่างน่าประทับใจ

         "ใครก็ได้ช่วยนำกุหลาบมาให้สามีสุดที่รักของข้าที" เหมยฮัวทำท่าตะโกน โดยหันหน้าไปทางที่โรซารี่นั่งอยู่


         'ตำนานรักระหว่างเทพโอซิริสกับเทพีไอซิสฉบับดัดแปลงรึ น่าสนใจดีนี่' โรซารี่คิด 'แถมมีการขอ
ดอกกุหลาบจากเราด้วยแฮะ แต่แค่นี้คงยังไม่ดีพอที่จะให้ภาพดอกกุหลาบที่เราบรรจงวาดมาหรอกนะ'

         "ทิวา เธอคงไม่ยอมแพ้คู่นั้นใช่มั๊ย?" กียุลกระซิบที่ข้างหูทิวา

         "ไม่ยอมแพ้หรอก" ทิวากระซิบตอบกลับ

        "ถ้าอย่างนั้นเธอช่วยแสดงตามที่ฉันจะบอกให้ฟังนะ แล้วอย่าต่อล้อต่อเถียงล่ะ" กียุลพูดเสร็จก็หันหน้าไปทางราตรี

        "ราตรี ฉันต้องการให้เธอช่วยด้วย เราออกไปซ้อมการแสดงกันข้างนอกนะ"

        ราตรีพยักหน้ารับก่อนที่จะเดินตามกียุลกับทิวาออกไปข้างนอกห้องชมรมปาติซิเย่ร์

       "สาวน้อยท่านมีกุหลาบดี ๆ ซักดอกไหม สามีกำลังต้องการเป็นอย่างยิ่ง" เหมยฮัวซึ่งยังรับบทเป็นเทพีไอซิสอยู่พูดกับโรซารี่  โรซารี่ทำหน้าตาเซ็ง ๆ ใช้นิ้วชี้มือขวาชี้ไปยังภาพวาดดอกกุหลาบของตน

       "เป็นแค่ภาพวาดเองรึ แต่นั่นก็น่าจะดีพอแล้วน่อ" เหมยฮัวเผลอลงท้ายด้วยสำเนียงจีน ทำให้โรซารี่ยิ่งเซ็งเข้าไปใหญ่ที่เพื่อนของเธอแสดงได้ไม่ค่อยสมบทบาท

      ทันใดนั้นเสียงเพลงวอลซ์อันไพเราะก็ดังขึ้น  มีเจ้าหญิงเจ้าชายคู่หนึ่งปรากฏตัวออกมา ทั้งคู่คือ นาซิสซ่าที่อยู่ในชุดเจ้าหญิงอันงดงาม และดันเต้ที่อยู่ในชุดเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ นั่นเอง ทั้งคู่เต้นรำกันในจังหวะวอลซ์ด้วยท่วงท่าที่สง่างามสมเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างมองดูคู่เต้นรำไปอย่างไม่วางตา แต่แล้ว เสียงนาฬิกาก็ดังขึ้น แล้วการเต้นรำก็หยุดชะงักลงกลางคัน

      "หม่อมฉันต้องรีบไปแล้ว เพคะ ลาก่อนเจ้าชาย หวังว่าเราคงจะเจอกันอีกในวันข้างหน้า" นาซิสซ่ารีบหมุนตัววิ่งหนีไปจากดันเต้ทันที ทำให้รองเท้าข้างหนึ่งหลุดออกจากเท้าของเธอ ดันเต้ซึ่งรับบทเจ้าชายพยายามวิ่งตามไป แต่ก็ไม่ทัน คู่เต้นรำของพระองค์หายตัวไปแล้ว แต่ทิ้งรองเท้าแก้วไว้เพียงข้างเดียว!

   "ทหาร ทหาร มาเก็บรองเท้าข้างนี้ไปที" ดันเต้ร้อง สักพักอิซซาเบลล่าก็วิ่งออกมาเก็บรองเท้าแก้ว ก่อนที่จะเดินนำหน้าดันเต้ไป พลางร้องว่า "เจ้าชายมีพระบัญชาว่าใครที่สวมรองเท้าแก้วข้างนี้ได้จะได้อภิเษกสมรสกับพระองค์" แล้วทันใดนั้น นาซิสซ่าในชุดเสื้อผ้าที่มีรอยปะก็ปรากฏตัวออกมา

 "ให้หม่อมฉันได้ลองใส่รองเท้าข้างนี้เถิดนะเพคะ" นาซิสซ่ายื่นเท้าข้างขวาออกมา และเมื่อทหารอิซซาเบลล่าใส่รองเท้าแก้วเข้าไปที่เท้าของเธอ ก็สามารถใส่ได้พอดี

 "ในที่สุดข้าก็ได้เจอเจ้าอีกครั้ง เรามาแต่งงานกันเถอะ" ดันเต้พูด ทำเอานาซิสซ่าแก้มแดง

"คุณนาซิสซ่ากับคุณดันเต้แสดงเรื่องซินเดอเรลล่าได้ดีนะเจ้าคะ" ยูริทำท่าชื่นชม

"แต่ไอว่าแค่นี้ยังไม่ยอดเยี่ยมนักหรอก" คริสโตเฟอร์แย้ง ซึ่งโรซารี่ก็ทำท่าเห็นด้วยกับความเห็นของคริสโตเฟอร์

ราตรีเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง แล้วรีบเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของอาคารชมรม

"แล้วนี่ทิวากับกียุลไปไหนล่ะ" โรซารี่หันไปถามยูริ

เสียงเพลงดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมการปรากฏตัวของกียุลและทิวาที่จับมือเดินเข้ามาภายในห้อง กียุลยกมือขวาที่ถือไมโครโฟนขึ้นก่อนที่จะร้องเพลง

"นี่มันเพลง  From the beginning till now ในเรื่อง Winter Sonata นี่เจ้าคะ" ยูริทำหน้าเปล่งประกาย

'นายนี่เสียงดีชะมัด' โรซารี่คิดในใจ

ในขณะที่กำลังร้องเพลงประกอบละครอยู่นั้นเอง บรรยากาศก็ยิ่งเป็นใจมากขึ้นเมื่อเกล็ดหิมะได้โปรยปรายลงมาที่ตัวของกียุลและทิวาที่กำลังจับมือและมองหน้ากันอยู่

ถึงตอนนี้ทั้งโรซารี่ เหมยฮัว อิซซาเบลล่า และยูริก็เคลิบเคลิ้มไปกับการแสดงมิวสิกวิดีโอของคู่นี้ไปแล้ว ต่างจากนาซิสซ่าที่อ้าปากค้าง ไม่ใช่เพราะการแสดง แต่เป็นเพราะ

'น้ำตาลของชมรม' เธอเงยหน้าขึ้นไปดูก็เห็นตัวผู้ก่อเหตุใช้น้ำตาลแทนเกล็ดหิมะ 'ยัยราตรี' เธอถลึงตาจ้องไปที่ด้านบน แต่ราตรีคงกำลังเพลิดเพลินกับการโปรย "หิมะที่มาจากกระปุก"  ประกอบฉากลงมา จึงไม่ใส่ใจว่านาซิสซ่าต้องการสื่อถึงอะไร

สักพักก็ถึงคราวของทิวาที่จะต้องร้องเพลงบ้าง เธอถือไมโครโฟนที่มือซ้ายแล้วก็เริ่มร้องเพลง

"กรี๊ด ! เพลง  I Love You นี่เจ้าคะ" เสียงของทิวาที่ออกมาก็ไม่ได้แย่อย่างที่ทุกคนคาดกัน บางตอนยังออกไพเราะเสียด้วยซ้ำ

ตอนนี้แม้แต่นาซิสซ่าเองก็ยังอดเคลิบเคลิ้มไม่ได้ 'เอ๊ะ! นี่เราไปเคลิ้มกับยัยลิงนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่' พอคิดได้นาซิสซ่าก็ค่อยปั้นหน้าให้กลับเฉยชาเหมือนเดิม ส่วนโรซารี่ ยูริ เหมยฮัว และอิซซาเบลล่า ฟินไม่เลิก ตอนนี้กียุลและทิวาก็ประสานเสียงกันร้องเพลงประกอบละครเรื่อง winter sonata จนจบ

แล้วเมื่อถึงตอนจบของการแสดง กียุลก็ลดไมโครโฟนลงแล้วหยิบตุ๊กตาหมีขึ้นมาหนึ่งตัวก่อนจะมอบให้ทิวา

"กรี๊ด!! เอาดอกกุหลาบไป แล้วเขาขอตุ๊กตาหมีนะ" โรซารี่ยื่นภาพวาดดอกกุหลาบของเธอให้แก่กียุลและทิวาทันที

ทิวาและกียุลมองหน้าแล้วยิ้มให้แก่กัน ทั้งคู่แทบจะตะโกนออกมาว่า เย้ ! สำเร็จแล้ว

"ไอว่าการแสดงมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ตอนท้ายไอว่ามันเข้าข่ายให้สินบนชัด ๆ" คริสโตเฟอร์หันไปกระซิบกับดันเต้

"นั่นสิ" ดันเต้พยักหน้ารับ   "เห็นด้วยสุด ๆ เลยขอรับ" ฮอรัสก็คล้อยตามไปด้วย นาซิสซ่ายังคงจ้องไปที่ราตรีอย่างหาเรื่อง ต่างจากราตรีที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ อิซซาเบลล่ายืนอมยิ้ม ยูริและเหมยฮัวได้แต่ร้องแหะ ๆ ส่วนโรซารี่กอดตุ๊กตาหมีไว้อย่างทะนุถนอม

"ท่านพี่โรส!" "คุณโรซารี่!"  เสียงของแฟนคลับผู้คลั่งไคล้ในตัวสาวกุหลาบมาดเท่ดังขึ้นพร้อมกัน  ทั้งสองคนเดินถือจานซึ่งใส่ชอคโกแลตที่ตัวเองทำออกมา

"กรุณาชิมชอคโกแลตของฉันด้วยค่ะ" ทั้งสองคนแย่งกันยื่นจานใส่ชอคโกแลตไปยังโรซารี่ ชอคโกแลตในจานของมิเนียร่าเป็นรูปนกกีวีกำลังก้มลงจิกกินผลกีวี มีกีวีสดฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ วางเรียงไว้ตามขอบจาน  ส่วนชอคโกแลตที่ซาลูน่าทำนั้นทำเป็นรูปต้นมะพร้าวที่มีลูกมะพร้าวอยู่ แต่ลูกมะพร้าวที่ปรากฏนั้นกลับทำด้วยสัปปะรดฮาวาย ส่วนใบมะพร้าวนั้นทำด้วยเนื้อมะพร้าวขูด น้ำมะพร้าวนั้น ซาลูน่าใช้ผสมลงในเนื้อชอคโกแลตนั่นเอง

    'ชิมจานไหนก่อนดีน้า' โรซารี่คิดในใจขณะที่กำลังถือส้อมอยู่


     "ว้าย! หลบเร็ว!"  "มาทางนี้แล้ว"  เสียงเอะอะโวยวายที่ดังขึ้นนอกอาคารชมรมทำให้ทุกคนหันรีบออกไปข้างนอกเพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น และสิ่งที่ทุกคนเห็นก็คือ


     "หลีกทางให้ม้าของผมด้วยครับ!!"  ไลโอเนลตะโกน  พวกนักเรียนทั้งเจ้าหญิงและเจ้าชายต่างหลบกันเป็นแถว

     "ขอโทษนะครับ!!" อเล็กเซตะโกนทั้งที่ยังควบม้าอยู่ในมือข้างหนึ่งหอบดอกกุหลาบหลายดอกมาด้วย

    ทั้งสองคนควบม้าตรงมาทางชมรมปาติซิเย่ร์

     "คุณโรซารี่!!" สองหนุ่มตะโกนพร้อมกัน  "ช่วยรับดอกกุหลาบดอกนี้เป็นของขวัญด้วยครับ!"

     "นี่พวกนาย!" โรซารี่ตะโกนได้แค่นั้นทั้งสองก็ควบม้ามาถึงตัวแล้ว



   ฟุบ!

ตอนนี้โรซารี่กำลังยืนถ่างขาอยู่บนม้าสองตัวที่กำลังวิ่งอย่างเต็มห้อ โดยอเล็กเซจับแขนขวาของเธอไว้ ส่วนไลโอเนลจับที่แขนซ้าย ทั้งสองต่างก็แย่งกันพูด

"ผมไปถึงเส้นชัยก่อนนะครับ เลยได้ดอกกุหลาบมาแล้วรีบควบม้ามามอบให้คุณโรซารี่" อเล็กเซกล่าว

"ไม่จริงครับเลดี้ ผมสิที่เป็นฝ่ายชนะ แต่เจ้าอเล็กเซไม่ยอม เข้าไปแย่งดอกกุหลาบที่เป็นของรางวัลมา ผมเลยต้องรีบควบม้าตามมาครับ"

"จะอย่างไรก็ช่างเถอะ ปล่อยฉันลงก่อนได้ไหม!" โรซารี่ตะโกนอย่างตื่นตระหนก

"คุณโรซารี่" "ท่านพี่โรส" ทั้งซาลูน่าและมิเนียร่ารีบวิ่งตามหลังม้าทั้งสองตัวไปโดยไม่ลืมที่จะถือจานที่ใส่ชอคโกแลตที่ตนทำไว้ไปด้วย พวกทิวาและราชาที่เหลือก็วิ่งตามไปเช่นเดียวกัน

*********

ในขณะที่ครูฌาแนตต์กำลังเพลิดเพลินกับการเต้นรำท่าแทงโก้กับครูวินเซนต์อยู่ภายในระเบียงทางเดินของอาคารโรงเรียน (แม้ฝ่ายหลังจะไม่เพลิดเพลินด้วยก็ตาม) ครูร่างยักษ์ก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาว่า

       "ถ้าได้จูบคนที่เรารักในวันวาเลนไทน์นี่คงเป็นจูบที่ลืมไม่ลงเลยนะฮ้า"

       'ลงนรกนะสิครับ' ครูวินเซนต์คิด 

       "ได้โปรดอย่าทำอย่างนี้กับผมเลย" ครูวินเซนต์พูดเมื่อเห็นว่าคู่เต้นรำของตนกำลังโน้มหน้าลงมาใกล้กับหน้าของตนแล้ว

         "เบรก!!" เสียงตะโกนดังขึ้น เมื่อครูทั้งสองหันไปมอง ม้าทั้งสองตัวก็มาถึงตรงหน้าแล้ว

โครม!!!!!

"เลดี้แอนด์เจนเทิลเม้นท์นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันคะ" ครูมารีแทบไม่เชื่อสายตา เมื่อสักครู่เธอได้ยินเสียงควบม้า เสียงคนร้องโหวกเหวก แล้วตามมาด้วยเสียงเหมือนอะไรชนกันดังลั่นหน้าระเบียงทางเดินในอาคาร จึงรีบวิ่งมายังทิศทางของเสียง  สิ่งที่เธอเห็นอยู่ต่อหน้าทำเอาอารมณ์โทสะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ม้าสองตัวล้มลงตรงหน้าของเธอ โดยที่ครูวินเซนต์ถูกม้าตัวที่อเล็กเซขี่มาทับอยู่ ส่วนเจ้าแอนโธนี่ ม้าตัวโปรดของไลโอเนลก็ได้ลิ้มลองจูบแรกในวันวาเลนไทน์จากครูฌาแนตต์ เป็นจูบที่ทั้งสองคนและตัวจะลืมไม่ลงไปชั่วชีวิต โรซารี่นอนหงาย ตรงหน้าของเธอมีชอคโกแลตที่แฟนคลับของเธอทั้งสองคนปะหน้าไว้ ซาลูน่าและมิเนียร่านอนคว่ำทับกัน ไลโอเนลกระเด็นไปทางซ้าย อเล็กเซกระเด็นไปชนกำแพงทางขวา ส่วนพวกแก๊งทิวาที่วิ่งตามมาก็หกล้มกันระเนระนาด




"เลดี้แอนด์เจนเทิลเม้นท์ทุกคนคะ ฝ่าฝืนกฎข้อที่ ๔๐๐ ทำเสียงเอะอะโวยวายที่ระเบียงทางเดิน กฎข้อที่ ๔๐๑ นำสัตว์เข้ามาในอาคาร  กฎข้อที่ ๕๐๐ ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย กฎข้อที่ ๕๑๐ ไม่เคารพครู กฎข้อที่  ๖๐๐ ทำให้อาคารสถานที่สกปรกเลอะเทอะ  กฎข้อที่ ๖๑๐ ทำให้อาคารสถานที่ได้รับความเสียหาย ต้องถูกลงโทษหลายสถานเลยนะคะ แต่เห็นแก่ว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ฉะนั้น ดิฉันจะลงโทษสถานเบา กล่าวคือ นับจากวันนี้ไปจนกว่าจะปิดภาคเรียน ทุกคนที่ก่อเรื่องจะต้องไปดูแลรดน้ำดอกกุหลาบ และทำความสะอาดระเบียงนี้ทุกวัน เข้าใจไหมคะ"


"ฮือ! ฮือ! ทำไมฉันจะต้องมาโดนอะไรแบบนี้ด้วยล่ะเนี่ย" โรซารี่ตะโกน "วันวาเลนไทน์ปีนี้นี่ซวยจริง ๆ เลย"

                                                   จบเถอะครับ

  อ้างอิง

๑) ดูเรื่องของเทวีไอซิสได้ที่  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%AA


๒) ฟังเพลง  From the beginning till now ได้ที่

 https://www.youtube.com/watch?v=Sp9ZN-FUTwo


๓) ฟังเพลง  I Love You  ได้ที่่่่่่่่่ https://www.youtube.com/watch?v=aJy3-f836iY















   



 



     

วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557

สามัคคีฝ่าภัย ไมตรีสลายชนชั้น


 ๑) ผมมีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบและการแบ่งแยกประเทศได้ ทั้งนี้ เพราะเราเป็นชนชาติเดียวกัน มีความสำนึกว่าเป็นคนไทยเหมือนกัน (ยกเว้นไอ้พวกอยากแยกดินแดนสามจังหวัดชายแดนใต้) ยึดถือหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาเหมือนกัน เป็นผู้รักสงบเหมือนกัน อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระเจ้าแผ่นดินไทยเหมือนกัน

  ๒) เราสามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันได้หลายประการ ทั้งเรื่องของศีล พรหมวิหารธรรม หิริโอตตัปปะ กุศลกรรมบถสิบ เป็นต้น  แต่หลักธรรมที่สำคัญที่เราคนไทยจะต้องยึดถือและนำมาปฏิบัติโดยเร่งด่วนขณะนี้ คือ เรื่องของความยุติธรรม ความสามัคคี และไมตรี

  ๓) ความสามัคคีและไมตรีนั้นเป็นหลักธรรมสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนในสังคมไทยอยู่ร่วมกันได้มาตั้งแต่สมัยโบราณ หากขาดหลักธรรมทั้งสองข้อแล้วสังคมไทย (และสังคมโลก) ก็คงล่มสลายกันไปนานแล้ว
ความสำคัญของหลักธรรมทั้งสองข้อนี้เห็นได้จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัในพระราชพิธีออกมหาสมาคม รับการถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ ซึ่งมีความว่า




ข้าพเจ้ามีความปิติชื่นชมยินดียิ่ง ที่ได้เห็นท่านทั้งหลายจากทุกองค์กร และทุกสถาบันพร้อมเพรียงกันมาให้พรวันเกิด ขอขอบพระทัยและขอบใจ ในคำอวยพรอันเปี่ยมด้วยความหวังดีและไมตรีจิต ขอทุกท่านจงได้รับพรและไมตรีจิตของข้าพเจ้าเช่นเดียวกัน ความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ทุกคนทุกฝ่ายแสดงให้เห็น ให้ข้าพเจ้าระลึกถึงคุณธรรมข้อหนึ่ง ที่อุปถัมภ์และผูกพันคนไทยให้รวมกันเป็นเอกภาพ สามารถดำรงชาติบ้านเมืองให้มั่นคงเป็นอิสระยั่งยืนมาช้านาน

คุณธรรมในข้อนั้นคือ ไมตรี ความมีเมตตา ความดีให้กันและกัน คนที่มีไมตรีต่อกันจะคิดอะไรก็คิดแต่ในทางสร้างสรรค์ ที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลกัน จะพูดอะไรก็ใช้เหตุผลเจรจากันด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน จะทำอะไรก็ช่วยเหลือร่วมมือกันด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณา ทบทวนให้ทราบตระหนักแก่ใจอีกครั้งหนึ่งว่า

ในกาย ในใจ ของคนไทยเรา ยังมีคุณธรรมในข้อนี้อยู่หนักแน่น พร้อมมูลเพียงใด จะได้มั่นใจว่า เราจะสามารถรักษาประเทศชาติ และความเป็นไทยของเรา ไว้ได้ยืนยาวตลอดไป

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวไทยทุกหมู่เคารพบูชา จงอภิบาลรักษาทุกท่านให้มีความสุข ปราศจากมลทิน ทุกข์และภยันตราย มีกำลังกาย กำลังใจและกำลังปัญญา สามารถนำพาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรคขวากหนาม บรรลุถึงความวัฒนาผาสุกได้โดยสวัสดี






 ๔)ความสามัคคีและไมตรีนี้เป็นคุณธรรมที่จะทำให้เราสามารถสลายชนชั้นได้อย่างสันติวิธี ลองดูภาพที่ถ่ายจาก(ถ้าจำไม่ผิด)ปูนาคาซองภาพนี้ จะเห็นได้ว่าเพราะความช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างสัตว์เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ทำให้นกตัวนี้สามารถลิ้มลองผลไม้ที่อยู่บนต้นได้ และจะสังเกตว่าสัตว์ใหญ่ก็จะคอยช่วยเหลือสัตว์เล็กกว่าโดยไม่รังเกียจเดียดฉันท์ใด ๆ เลย แน่นอนว่าถ้าสัตว์ต่างชนิดกันช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยไมตรีกันได้ คนไทยเราถึงจะมีพื้นเพฐานะ การศึกษา ความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างไรก็ย่อมช่วยเหลือเกื้อกูลทำได้เช่นเดียวกัน



 ๕)ขอเพียงแต่เรายึดมั่นในคุณธรรมทั้งสองประการข้างต้น เราก็จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งครั้งนี้ไปได้ด้วยดีครับ
   

วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

นิยายลา ฟลอร่า ตอน ศึกชิงกุหลาบ ตอนที่ ๒

     "นี่พวกเธอน่ะ เล่นซื้อช็อคโกแลตยี่ห้อเดียวกันแบบนี้แล้วฉันจะตัดสินได้อย่างไรว่าของใครดีกว่ากัน"  โรซารี่บ่นแบบเซ็ง ๆ

     "เอ๋! จริงด้วย ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูทำช็อคโกแลตให้ท่านพี่โรสกินก็แล้วกัน" มิเนียร่า ซานาลิน พูดเสร็จก็รีบเดินเข้าไปในห้องครัวของชมรมปาติซิเยร์

     "ฉันก็จะทำให้ช็อคโกแลตสูตรพิเศษให้คุณโรซารี่กินเหมือนกันค่ะ รับรองว่าต้องดีกว่าของยัยหัวแกะนั่นแน่นอน  นี่เธอช่วยไปซื้อสัปปะรดฮาวายมาให้ฉันสักลูกนะเอาลูกใหญ่ ๆ หน่อย และขอมะพร้าวฮาวายด้วย" ซาลูน่า แซมบาลู หันไปขอความช่วยเหลือจากอิซซาเบลล่า เอเลมิเนวอร์

     "ได้เลยจ้า" อิซซาเบลล่ารับคำแล้วรีบวิ่งออกจากห้องของชมรมปาติซิเย่ร์ไปยังตลาด

     "เดี๋ยวฉันมานะคะคุณโรซารี่" ซาลูน่าหันมาส่งยิ้มให้โรซารี่ก่อนที่จะตามยัยหัวแกะไปยังห้องครัว

     "วุ่นวายจังเลย เฮ้อ!" โรซารี่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

     "ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่าโรซารี่ มากินช็อคโกแลตกันดีกว่า อร่อยมากเลยนะ" ทิวาพูดพลางเคี้ยวพลาง

     "เธอนี่ช่างห่างไกลจากความเป็นเลดี้จริง ๆ เลยนะยะ" นาซิสซ่าใช้พัดฟาดใส่หัวของทิวาจนทิวาสำลัก

     "แค่ก แค่ก นี่เธอทำอะไรน่ะยัยกิ้งก่า"

     "ก็แค่สอนให้เธอรู้ว่าการพูดในระหว่างที่อาหารยังอยู่เต็มปากส่งผลเสียอย่างไรแค่นั้นเองย่ะ" นาซิสซ่าซ่อนรอยยิ้มเยาะไว้หลังพัดของเธอ

     "มาต่อยกันหน่อยไหมยัยกิ้งก่า" ทิวาชูกำปั้นทั้งสองข้างขึ้นมา

     "อย่ามาว่าฉันนะยัยลิงกัง"

     "พอเลยทั้งสองคน เดี๋ยวโดนครูมารีหักคะแนนพฤติกรรมอีก" โรซารี่รีบปรามคู่กรณีโดยอ้างชื่อครูมารีซึ่งได้ผลเพราะทำให้ทั้งทิวาและ
นาซิสซ่าหน้าซีดลง

      "เอาอย่างนี้ดีกว่า วันนี้วันวาเลนไทน์ฉันมีของขวัญให้" โรซารี่หยิบกรอบรูปขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าสะพายของเธอ ภาพดอกกุหลาบสีแดงสวยสดใสวาดด้วยสีน้ำมันปรากฏต่อหน้าทุกคน

      "สวยจังเลยเจ้าค่ะ" ยูริชม

      "พึ่งวาดเสร็จเมื่อคืนนี้เองนะ ใครหาของแลกเปลี่ยนหรือเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมความรักให้ฉันได้ ฉันจะมอบภาพนี้ให้คนนั้น" โรซารี่ยื่นข้อเสนอ

      "ถ้างั้นเอาสำเนาจดหมายรักของพ่อฉันที่เขียนถึงแม่ฉันไปสิ ผู้ชายไทยสมัยก่อนจะแต่งเพลงยาวใส่จดหมายเพื่อส่งไปจีบสาวที่ตนเองชอบ พ่อฉันก็แต่งเพลงยาวจีบแม่ได้เก่งไม่แพ้ใครเชียวล่ะ"  ทิวายื่นสำเนาจดหมายให้โรซารี่ ในหัวของเธอนึกภาพแม่ไอริณทำท่าเขินอายเมื่ออ่านจดหมายรักจากพ่อศิลา

      "ทิวา เธอไม่ควรนำเรื่องส่วนตัวในครอบครัวมาแฉให้คนภายนอกฟังนะ" โรซารี่ตำหนิทิวาอย่างตรงไปตรงมาทำเอาทิวาหน้าเจื่อน

      "ถ้าอย่างนั้น ลองดูกลอนไฮกุภาคภาษาอังกฤษที่ไอกับยูริช่วยกันแต่งหน่อย" คริสโตเฟอร์ยื่นบทกลอนไฮกุที่อยู่ในแผ่นกระดาษแข็งสีชมพูแต่งลวดลายให้ดูเก๋ให้โรซารี่อ่าน

               Valentine's day

               captain C.L.O.C.K.

               buy a rose.

         
              (วันวาเลนไทน์

              กัปตัน C.L.O.C.K.

              ซื้อกุหลาบดอกหนึ่ง)   




     
     เมื่ออ่านเสร็จแล้ว โรซารี่ก็ส่งสายตาให้คริสโตเฟอร์ประมาณว่า 'นี่มันกลอนอะไรกันนี่?'

      "ช่างเถอะ ไอจะลองกลับไปแต่งใหม่ก็แล้วกัน"

      "ใครมีอะไรจะนำเสนออีกไหม?" โรซารี่ถาม

      "โอ้! แม่นางกุหลาบแสนงาม" ลีโอนาร์โด้ ดันเต้ นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโรซารี่ พร้อมกับจับมือขวาของโรซารี่ขึ้นจุมพิต (จูบ)  "ผิวพรรณของแม่นางช่างขาวนวลเสียจนหิมะยังต้องอาย ริมฝีปากของแม่นางก็แดงดั่งใบเมเปิ้ล ผมของแม่นางก็ชวนให้นึกน้ำทะเลสีฟ้าคราม ใบหน้าของแม่นางเล่าก็ช่างเลิศเลอยิ่งกว่าเทพธิดาองค์ใด มิพักต้องกล่าวว่า มิมีสตรีนางใดในโลกาจะสวยยิ่งไปกว่าแม่นางอีกแล้ว" พูดจบก็จุมพิตที่มือขวาของโรซารี่อีกครั้ง

       "เฮ้ ! เฮ้ ! ถ้าอเล็กเซมาเห็นล่ะก็คงสนุกน่าดู" พูดเสร็จคริสโตเฟอร์ก็ผิวปากดังวีดวิ้ว

       "คงพยายามเล่นบทคาสโนวาน่ะขอรับ" ฮอรัสอธิบาย

       "แม่นางช่างเป็นหญิงสมบูรณ์แบบ ทั้งสวย ทั้งฉลาด ทั้งมีความสามารถโดดเด่น แค่แรกเห็นข้าก็รู้สึกหลงรัก....  โอ๊ย!!" ดันเต้ร้องเสียงหลงเมื่อถูกนาซิสซ่าหยิกเข้าที่ใบหู

       "ไม่มีหญิงใดสวยกว่ายัยโรซารี่เหรอ แล้วตกลงฉันก็สวยสู้โรซารี่ไม่ได้สินะ" นาซิสซ่าเผยอยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

      "ผมไม่ได้หมายความอย่างที่พูดนะครับคุณนาซิสซ่า โอ๊ย!" ป้าบ! นาซิสซ่าใช้พัดฟาดเข้าที่หัวของดันเต้

      "ได้โปรดฟังผมก่อน" ป้าบ! ป้าบ!  "ไหนนายเคยบอกว่าฉันนั้นสวยที่สุดไง" ป้าบ! ป้าบ!

      ทุกคนมองดูดันเต้วิ่งหนีนาซิสซ่าที่กำลังใช้พัดฟาดเข้าใส่หัวของดันเต้อย่างไม่ยั้งมือ

      "นั่นคืออวสานของคาสโนว่าน่ะ" กียุลพูดให้บรรดาผองเพื่อนฟัง

      "อาโรซารี่ อั๊วกับฮอรัสขอนำเสนอผ้าเช็ดหน้าสองผืนนี้" เหมยฮัวชูผ้าเช็ดหน้าที่ตนกับฮอรัสช่วยกันปักด้านหนึ่งเป็นรูปของชายชราผมขาวเครายาวคนหนึ่งกำลังถือด้ายสีแดงอยู่ในมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างถือไม้เท้า สะพายย่าม

      "นี่คือเฒ่าจันทราผู้ทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อชักนำให้ชายหญิงรักกัน โดยท่านจะนำด้ายแดงผูกไว้ที่นิ้วของชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กันน่อ"

      เหมยฮัวพลิกหยิบผ้าเช็ดหน้าอีกผืนหนึ่งขึ้นมาให้โรซารี่ดู ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นปักเป็นรูปเทพีไอซิสกับเทพโอซิริส

     โรซารี่ดูผ้าเช็ดหน้าอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาก็ได้เห็นเหมยฮัวอยู่ในชุดเทพีไอซิส และฮอรัสอยู่ในชุดของเทพโอซิริส

    "พร้อมรับชมตำนานรักของอียิปต์กันหรือยังน่อ"

   "ห๊ะ!" โรซารี่ร้อง


โปรดติดตามตอนต่อไป


  อ้างอิง
   

  ๑) ดูเรื่องของคาสโนว่าได้ที่ 

“คาสโนว่า” ตำนานพ่อนักรักระดับโลก http://atcloud.com/stories/93081


  และ http://en.wikipedia.org/wiki/Giacomo_Casanova

  ๒) อ่านเรื่องของเฒ่าจันทราได้ที่  

"เฒ่าจันทรา ... ตำนานด้ายแดงแห่งความรัก"

 http://www.thongkasem.com/knowledge.php?kid=48





วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อินทร์ พรหม ยม ยักษ์


  การจะรักษาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและรักษาความเป็นธรรมในสังคมไว้ได้นั้น พวกเราชาวไทยจะต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นอย่างพระอินทร์ พระพรหม พระยม และยักษ์
   
   พระอินทร์ ผู้เป็นราชาแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์จะไม่สามารถประทับนั่งบนทิพยอาสน์ได้หากมีผู้สุจริตประสบภัยอันตราย และลงมาให้ความช่วยเหลือผู้สุจริตดังกล่าว  ขอให้พวกเราชาวไทยไม่นิ่งเฉยหากเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง หรือพบเห็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่สังคมและต่อผู้บริสุทธิ์ จะต้องให้ความช่วยเหลือแก่สุจริตชนผู้ที่ได้รับเดือดร้อนดังกล่าวตามกำลังความสามารถ
   
   พระพรหม พระเจ้าผู้มีสี่หน้า และเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง  ขอให้พวกเราชาวไทยมีพรหมวิหารธรรม กล่าวคือ มีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ต่อผู้อื่นในสังคม และเป็นผู้ที่มองเหตุการณ์ได้อย่างรอบคอบรอบด้านดุจดังพระพรหมผู้มีสี่หน้า
  
   พระยม  ตุลาการผู้เที่ยงธรรม ตัดสินวิญญาณผู้กระทำความชั่วให้ได้รับโทษตามสมควรแก่ความผิด ขอให้พวกเราชาวไทยมีความยุติธรรมในจิตใจ อย่าปล่อยให้อคติมาครอบงำความคิด วินิจฉัยสิ่งที่ถูกสิ่งที่ผิดตามหลักการของกฎหมายและความถูกต้องเป็นธรรม ฝ่ายตุลาการก็จะต้องวินิจฉัยอรรถคดีด้วยความยุติธรรมและตามหลักกฎหมาย
   
   ยักษ์ ผู้ปกปักรักษาวัดวัง ขอให้พวกเราชาวไทย ทั้งตำรวจ ทหาร และประชาชนได้ช่วยกันปกปักรักษาหลักการ หลักนิติรัฐ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ความสงบเรียบร้อยในสังคมไทย แผ่นดินไทยและผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนไว้เพื่อลูกหลานไทยในอนาคต
    

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

นิยายลา ฟลอร่า ตอน ศึกชิงกุหลาบ ตอนที่ ๑



              "...และนี่ก็คือประวัติวันวาเลนไทน์ค่ะ"

             เสียงปรบมือดังกึกก้องแทบจะทันทีที่คำอธิบายดังกล่าวจบลง

             "คุณโรซารี่ เท่ มาก ๆ เลย" "กรี๊ด!! คุณโรซารี่ขา"

            "และแล้ว เราก็ได้ผู้ชนะการประกวดเรียงความวันวาเลนไทน์ประจำปี ๒๐๑๔ กันแล้วนะครับ นั่นคือ โรซารี่ เกรย์ คลาสพริ้นเซสห้อง E นั่นเอง" ครูวินเซนต์ วิลเลี่ยมซึ่งรับหน้าที่เป็นพิธีกรงานวันวาเลนไทน์กล่าว

             "ยินดีด้วยเจ้าค่ะ คุณโรซารี่" เด็กสาวผมแกละชาวญี่ปุ่นกล่าวขึ้นด้วยแววตาที่เป็นประกาย

             "และของรางวัลในปีนี้ก็คือ ดอกกุหลาบสายพันธุ์พิเศษที่ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะเลยครับ" ครูวินเซนต์ผายมือไปทางด้านหลัง เมื่อนักเรียนเจ้าหญิงและนักเรียนเจ้าชายทุกคนหันหลังกลับไปมอง ก็ได้เห็นดอกกุหลาบจำนวน ๑๔ ดอก อยู่ในกระเช้าที่จัดตกแต่งอย่างสวยงาม ดอกกุหลาบทั้งสิบสี่ดอกนี้แต่ละดอกมีสีสันอยู่ถึงสามสี บางดอกก็เป็นสีเหลืองปนแดงปนม่วง บางดอกมีกลีบสีขาวแต้มชมพูและแต้มแดง บางดอกก็มีสีแดง สีฟ้า สีเหลือง อยู่ในแต่ละกลีบ เป็นต้น ดอกกุหลาบเหล่านี้เป็นผลงานของชมรมพฤกษศาสตร์ที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมา  ส่วนการจัดตกแต่งดอกกุหลาบนั้นเป็นฝีมือของสมาชิกชมรมจัดดอกไม้

             "และเนื่องในโอกาสวันแห่งความรักนี้ เราขอให้นักเรียนเจ้าชายคนหนึ่งเป็นผู้มอบของรางวัลให้แก่เลดี้โรซารี่ด้วยครับ"

             "คุณโรซารี่ ให้ผมได้มอบดอกกุหลาบให้กับคุณนะครับ" เสียงแหลมเล็กน่ารักของอเล็กเซดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏกายบนเวทีของเด็กชายร่างเล็กที่ไว้ผมหางเปีย

             "เดี๋ยวก่อน! ให้ผมมอบของรางวัลให้คุณหนูเองครับ" เสียงเด็กหนุ่มอีกคนแทรกขึ้นมา

            "ไลโอเนล !" โรซารี่อุทาน

            "เอาละครับ ท่านผู้ชมตอนนี้มีเนักเรียนจ้าชายสองคนมาขอมอบของรางวัลให้เลดี้ของเรา จะเลือกใครดีครับ?" ครูวินเซนต์หันไปถามโรซารี่

            "เอ่อ คือ หนู" โรซารี่ทำหน้าเลิ่กลั่กหันไปมองหน้าไลโอเนลที หันไปมองหน้าอเล็กเซที

           "ทำไม ไม่จัดการประลองล่ะค่ะ" เป็นข้อเสนอจาก ผอ. โรงเรียนลา ฟลอร่า นั่นเอง

           "ให้ทั้งสองคนแข่งขี่ม้าเก็บดอกกุหลาบกัน ใครสามารถเก็บดอกกุหลาบได้มากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะได้มอบของรางวัลและได้เต้นรำคู่กับเลดี้โรซารี่ด้วย"

          "เป็นการแข่งชิงกุหลาบนั่นเอง ไอเดียเยี่ยมยอด ใช่ไหมครับ เลดี้ แอนด์ เจนเทิลเมนท์" ครูวินเซนต์หันไปขอความเห็นจากนักเรียนทั้งหลาย เรียกเสียงวีดวิ้วให้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          "ตกลงกันตามนี้ อีกครึ่งชั่วโมง ไปเจอกันที่สนามแข่งม้าของโรงเรียนนะคะ" ผอ. กล่าวสรุป

 ***
 ณ สนามแข่งม้าของโรงเรียนลา ฟลอร่า

         อเล็กเซในชุดทหารม้าคอสแซค (Cossacks) อยู่บนหลังม้าสีน้ำตาลเข้ม ส่วนไลโอเนลในชุดทหารม้ารักษาพระองค์ของอังกฤษ (Blues and Royals [Royal Horse Guards and 1st Dragoons]) นั่งอยู่บนหลังม้าขาวที่ชื่อว่า "แอนโธนี่"

  "พร้อมนะครับ วัน ทู ทรี สตาร์ท!" สิ้นเสียงของครูวินเซนต์ นักเรียนเจ้าชายทั้งสองคนก็ควบม้าไปตามลู่วิ่ง เมื่อถึงทางโค้งแรกอเล็กเซก็เอี้ยวตัวลงเก็บดอกกุหลาบสีชมพูดอกแรกที่วางอยู่บนลู่แข่งได้ก่อน

"ดอกกุหลาบหนึ่งดอกหมายถึงอะไร?" เป็นคำถามที่ออกมาจากหุ่นยนต์รูปผึ้งตัวหนึ่งซึ่งบินตามผู้เข้าแข่งขันทั้งสองมา

"รักแรกพบ" อเล็กเซตอบอย่างรวดเร็ว  "ถูกต้อง"  หุ่นยนต์ผึ้งบินไปทางไลโอเนลซึ่งสามารถเก็บดอกกุหลาบสีแดงได้ถึงสองดอกพร้อมกัน

"แล้วดอกกุหลาบสองดอกล่ะหมายถึงอะไร?" 

"เป็นการแสดงความรู้สึกที่ดีให้กัน" ไลโอเนลตอบทันที ก่อนที่จะใช้เท้ากระตุ้นม้าที่ตัวเองขี่ให้เร่งฝีเท้าขึ้นอีก (๑)

"สู้เขานะ อเล็กเซ"  "ไปเลย ไลโอเนล"   เสียงเชียร์จากทั้งนักเรียนเจ้าชายและนักเรียนเจ้าหญิงดังขึ้นอย่างไม่ขาดระยะ แต่มีนักเรียนชายนักเรียนหญิงอยู่กลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ส่งเสียงเชียร์ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองคน

"นายไม่ไปเชียร์อเล็กเซหน่อยเหรอ?" ทิวาถาม

"ไม่จำเป็นหรอก หมอนั่นเก่งจะตาย ก็เป็นถึงหนึ่งในห้าราชานี่นา" กียุลตอบ "ว่าแต่ เธอทำขนมอะไรน่ะ?" กียุลถาม

"นี่น่ะเขาเรียกว่าขนมคน รัก กัน เรียกอย่างย่อว่า ขนมครก ไงล่ะ" ทิวาตอบ (๒)

"เฮ้ย! มีขนมอย่างนี้ด้วยเหรอ ไหนลองเล่าให้ฟังซิ เป็นอย่างไร" และเมื่อได้ฟังคำตอบจากทิวาแล้วกียุลก็ทำหน้าไม่เชื่อถือเรื่องเล่าจากปากของทิวา

"ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่อย่าลืมลองชิมขนมครกฝีมือฉันด้วยล่ะ" ทิวาพูดพลางบรรจงใช้ช้อนหยอดน้ำแป้งผสมกะทิลงในหลุมครกทีละช่อง ก่อนที่จะใช้ช้อนอีกคันตักฟักทองหยอดลงในไปบนน้ำแป้งที่กำลังสุกอยู่นั้น

"รู้ไหมว่าขนมครกนี่สีขาวเหมือนเครื่องแบบที่พวกนายใส่อยู่เลยนะ" ทิวาพูด

"ก็สีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์นี่ ก็เหมือนกับกุหลาบสีขาวที่ฉันให้เธอตอนขอเธอเต้นรำนั่นแหละ เป็นความรักที่บริสุทธิ์นะ" 

"กียุล นี่นาย" ทิวาเงยหน้าขึ้นมองกียุลที่ตอนนี้ถอดแว่นตาออกแล้วหันมามองหน้าทิวา

"หาใช่สีขาว หรือสีแดง แต่เป็นสีดำต่างหากที่หมายถึงความรักแท้" ราตรีซึ่งกำลังคนแป้งอยู่พูดขึ้นมา

"เอ๋!" ทั้งทิวาและกียุลร้องขึ้นพร้อมกัน

พระศิวะเป็นเจ้าทรงกลืนกินพิษที่เกิดขึ้นจากการกวนเกษียณสมุทรมิให้ตกลงมายังพื้นโลกจนพระศอของพระองค์กลายเป็นสีดำ สีดำจึงหมายถึงความเสียสละนับแต่นั้นมา" (๓)

 ทั้งทิวาและกียุลถึงบางอ้อทันทีที่ราตรีเฉลย

"เฮ้ย! นี่เธอ ขนมไหม้หมดแล้ว" กียุลโวยวาย

ทิวารีบแคะขนมครกออกจากหลุมทันทีแต่ก็ไม่ทันแล้ว

"ไหม้หมดเลย นี่กียุล นายช่วยกินหน่อยได้ไหม" ทิวาหันไปขอร้องกียุล

"เรื่องอะไรเล่าก็ทำใหม่สิ" กียุลไม่ยอม

"ก็ได้ ก็ได้" ทิวาหันไปตักส่วนผสมของขนมอันเป็นจังหวะเดียวกับที่กียุลจับมือของทิวา ก่อนที่จะบรรจงหยอดส่วนผสมของขนมลงไปในหลุมครกทีละหลุม ทีละหลุม

"ฉันก็แค่อยากจะลองทำขนมครกดูบ้างเท่านั้นแหละ" กียุลตอบพลางเอามือโอบเอวทิวาไว้

"เอ่อ มันจั๊กจี้นะ ฮะ ฮะ ฮ้าดเช้ย!!!" แรงจากการจามทำให้ทิวาหงายหลังไปชนกียุล กียุลจึงเซไปชนราตรีที่กำลังถือหม้อใส่แป้งขนมครกอยู่ ผลก็คือ

"ยัยลิง เธอทำให้เสื้อฉันเปียกแป้งหมดเลย" กียุลโวยวาย  "เลอะเสียแล้ว" ราตรีพูดขึ้นมา

"ก็เป็นผลจากการที่นายไปแตะต้องตัวเลดี้โดยไม่ขออนุญาตเธอก่อนไงล่ะ" ฮอรัสซึ่งอยู่ในซุ้มขายเสื้อผ้าข้าง ๆ ซุ้มขนมของทิวากล่าว

"อาทิวา ลื้อเป็นอะไรหรือเปล่า?" เหมยฮัวซึ่งกำลังช่วยฮอรัสปักผ้าอยู่ถามทิวาด้วยความเป็นห่วง

"ไม่เป็นอะไรหรอก แต่ตาตี๋แว่นกับราตรีน่ะเละเลย" ทิวาชี้นิ้วไปทางกียุลกับราตรีที่รีบวิ่งไปยังห้องน้ำเพื่อล้างน้ำแป้งออกจากเสื้อนักเรียน

"ว่าแต่เหมยฮัวกับฮอรัสทำอะไรอยู่เหรอ?"

"อั๊วกับตาฮอรัสช่วยกันเย็บผ้าที่มีลวดลายพิเศษฉลองวันวาเลนไทน์น่อ เป็นผ้าที่มีลายปักเป็นตัวอักษรจีนกับตัวอักษรไฮโรกลิฟฟิกที่แสดงคำว่า 'ความรัก'  เพื่อขายให้กับนักเรียนหญิงที่ต้องการให้ของขวัญแก่นักเรียนโรงเรียนโนอาห์น่อ" เหมยฮัวตอบไปพลางปักผ้าไปพลาง

"ตายจริง! วันวาเลนไทน์น่ะผู้หญิงนิยมให้ชอคโกแลตแก่ชายหนุ่มที่ตนชอบต่างหากล่ะย่ะ จริงไหมยูริ"

"อย่างที่คุณนาซิสซ่าบอก ในปัจจุบันผู้หญิงในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะมอบชอคโกแลตให้กับผู้ชายในวันวาเลนไทน์ แล้วพอถึงวันที่ ๑๔ มีนาคม หรือที่เรียกว่าวันไวต์เดย์ (White day) ฝ่ายผู้ชายก็จะมอบของขวัญตอบแทนให้กับฝ่ายหญิง ซึ่งจะเรียกว่า ซัมไบกาเอชิ (ญี่ปุ่น: 三倍返し sanbai kaeshi ?) ซึ่งราคาของควรจะมากกว่าราคาของที่ฝ่ายชายได้รับประมาณสองถึงสามเท่าเจ้าค่ะ  " (๔) "แต่ปีนี้ยูริได้พับกระดาษแบบโอริงามิเป็นรูปกัปตัน C.L.O.C.K. ก็จะให้แก่คุณคริสโตเฟอร์น่ะเจ้าค่ะ" ยูริชูกระดาษที่ตนพับเป็นรูปกัปตัน C.L.O.C.K. ขึ้นมาให้ทุกคนดู โดยไม่ทันสังเกตว่าผู้ที่ตนจะให้ของขวัญนั้นได้ยืนอยู่ข้างหลังตัวเองแล้ว

"ยูช่างใจดีจริง ๆ เลย  ไอก็มีของขวัญมาฝากยูเหมือนกัน" คริสโตเฟอร์ยื่นซองขนาดใหญ่ให้กับยูริ เมื่อยูริแกะซองออกดูแล้ว ก็ทำตาโตเป็นประกาย

"ไอขอให้ทางชมรมโหราศาสตร์ทำให้น่ะ" คริสโตเฟอร์ยิ้มแก้เขิน เมื่อยูรินำสิ่งที่อยู่ในซองออกมาแสดงให้เพื่อน ๆ ดู

"ไพ่ทาโรต์นี่นา แต่เอ๊ะ! เป็นไพ่ทาโรต์ที่มีแต่รูปคริสโตเฟอร์กับยูริทั้งนั้นเลย แล้วไพ่ใบนี้" ทิวาถือไพ่ใบที่มีคำว่า The Lovers ขึ้นมาดู

"อย่านะเจ้าคะ!!" ยูริรีบคว้าไพ่ใบนั้นมาจากมือของทิวาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ใบหน้าของยูริและคริสโตเฟอร์แดงก่ำไปหมดแล้ว

"อุ๊ย! น่ารักจังเลย เด็ก ๆ "

"สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ ครูฌาแนตต์ "

"ความรักเป็นสิ่งที่งดงามนะจ๊ะเด็กน้อย จงทะนุถนอมให้ดีล่ะ"

"ผมก็เห็นด้วยกับที่คุณพูดนะ แต่ช่วยปล่อยผมไปทีเถอะ" ครูวินเซนต์พยายามดิ้นรนให้พ้นจากอ้อมกอดของ
ครูฌาแนตต์ แต่มีหรือที่ร่างบางจะหลุดออกจากท่อนแขนอันทรงพลังได้

"แต่ความรักก็เป็นความมืดมนเหมือนกัน" ราตรีกลับมาพร้อมกับกียุล ทั้งคู่ล้างเสื้อผ้าและเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว

 "ช่วยอธิบายให้ครูฟังหน่อยสิจ๊ะ เลดี้" ครูฌาแนตต์ถามโดยยังคงกอดรัดครูวินเซนต์ไว้อย่างเหนียวแน่น

"ความรักเหมือนโรคา                บันดาลตาให้มืดมน
 ไม่ยินและไม่ยล                      อุปสรรคใดใด
 ความรักเหมือนโคถึก                กำลังคึกผิขังไว้
 ก็โลดจากคอกไป                    บ ยอมอยู่ ณที่ขัง
 ถึงหากจะผูกไว้                       ก็ดึงไปด้วยกำลัง
 ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง                       บ หวนคิดถึงเจ็บกาย
"(๕)


ราตรีท่องคำฉันท์ที่ปรากฏในบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเรื่องมัทนะพาธาออกมาได้อย่างแม่นยำ             

"หากไม่ควบคุมความรักให้ดี ความรักก็จะทำให้เราขาดสติได้" ราตรีสรุป


"โอ้ ! อย่างนั้นเหรอจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นเด็ก ๆ ทุกคนก็ต้องควบคุมตัวเองอย่างให้ความรักครอบงำจนขาดสตินะ"

"นั่นนะสิครับ" ครูวินเซนต์พูดหน้าตาเหยเก

"ครูไปก่อนล่ะ ไปกันเถอะครูวินเซนต์ พวกเราไปเต้นรำกันเถอะ"

"ม่าย! ม่ายเอา!" ครูวินเซนต์ร้องอย่างน่าเวทนา ทำให้เด็ก ๆ ได้แต่ส่ายหน้า

"แล้วนี่อาโรซารี่อยู่ไหนล่ะน่อ ไม่มาเชียร์อาอเล็กเซกับตาไลโอเนลเหรอ"

"ถ้าพูดถึงโรซารี่ล่ะก็ เมื่อกี้ตอนฉันไปห้องน้ำเห็นนั่งอยู่ในชมรมปาติซิเยร์น่ะ" กียุลตอบ

ณ ชมรมปาติซิเยร์

"ท่านพี่โรสคะ"  มิเนียร่า ซานาลิน หรือมินต์พูดพลางจ้องหน้าโรซารี่  "คุณโรซารี่ขา"  ซาลูน่า แซมบาลู ยิ้มให้กับโรซารี่ ทั้งคู่ยื่นกล่องรูปหัวใจซึ่งบรรจุชอคโกแลตเบลเยียมอยู่ภายในมาข้างหน้าโรซารี่แล้วจึงกล่าวขึ้นพร้อมกันว่า

"ได้โปรดรับชอคโกแลตของฉันเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ด้วยค่ะ"

"เอ่อ คือว่า คือ" โรซารี่ทำหน้าตาเหรอหรา

โปรดติดตามตอนต่อไป

อ้างอิง

(๑) http://www.panmai.com/Valentine/rose_legend.shtml


(๒) ตำนาน ขนมครก  http://www.baanmaha.com/community/thread35628.html
 

(๓) http://diarylovemanman.blogspot.com/2013/06/blog-post.html

(๔) http://en.wikipedia.org/wiki/White_Day และ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%8C

(๕) http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/utaradit/watcharee-w/matana/index.htm













วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

หน้าที่ของคนไทย



"ถ้าคนไทยทุกคน ถือว่าตนเป็นเจ้าของชาติบ้านเมืองและต่างปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องตามทำนองคลองธรรมแล้ว ความทุกข์ยากของบ้านเมืองก็จะผ่านพ้นไปได้  " 
 
 
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘ แห่งราชวงศ์จักรี) จากธนบัตรราคา ๒๐ บาท

              จากพระราชดำรัสข้างต้น จึงขอเชิญชวนคนไทยให้ร่วมกันทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองของเราดังต่อไปนี้
 
     ๑) รักษาชาติบ้านเมืองให้มั่นคงปลอดภัยจากการรุกรานทำร้ายคนไทยทั้งจากกรณีของผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้และจากผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุในกรุงเทพมหานคร
 
    ๒) รักษาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยไว้ให้ได้ อย่าให้มีคนบางกลุ่มบางพวกมาสถาปนาการปกครองในรูปแบบเผด็จการขึ้นมา
 
    ๓) รักษาพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติไว้โดยปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้ความคุ้มครองแก่พระสงฆ์องค์เจ้าที่ประพฤติตนอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัย ดูแลรักษาศาสนสถานและศาสนวัตถุ ต่อต้านพวกสอนธรรมนอกรีต (เช่น พุทธอิสสระ สันติอโศกหรือธรรมกาย เป็นต้น)
 
    ๔) รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์โดยอย่าให้ใครมากล่าวอ้างความจงรักภักดีเพื่อมาก่อความเสียหายให้กับชาติบ้านเมือง
 
     ๕) รักษาความเป็นปึกแผ่นของแผ่นดินไทยและชาวไทยด้วยการหาทางป้องกันไม่ให้คนไทยด้วยกันทะเลาะเบาะแว้งแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสีเสื้อ หาทางทำให้คนที่แตกแยกกันให้หันกลับมาคืนดี สลายสีเสื้อ
 
     ๖) รักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม ด้วยการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายที่ตราขึ้นมาโดยถูกต้องตามกระบวนการในระบอบประชาธิปไตยและมีเนื้อหาที่เป็นธรรม ต่อต้านการละเมิดกฎหมายทุกรูปแบบ ไม่ให้ความร่วมมือกับผู้ที่กระทำการละเมิดกฎหมาย ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยที่ไม่เป็นไปตามหลักของกฎหมายและความยุติธรรม รักษารัฐธรรมนูญ รักษาสิทธิเสรีภาพทั้งของตนเองและผู้อื่น
 
     ๗) รักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา มารยาทและวัฒนธรรมไทยที่สอนให้คนไทยเป็นคนสุภาพเรียบร้อย มีน้ำใจต่อคนอื่นนั้นจะช่วยให้คนไทยกลับมารักใคร่สามัคคีกัน และเป็นการค้ำจุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยด้วย
 
    ๘) รักษาทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นทรัพย์สมบัติร่วมกันของประชาชนชาวไทย ไม่ให้มีคนกลุ่มหนึ่งหรือคนต่างชาติเข้ามาตักตวงหรือทำลาย
 
    ๙) รักษากิจการและอาชีพของคนไทยไว้ เพื่อเป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจให้ลูกหลานไทย
 
  ๑๐) รักษาที่ดินทำกินให้คนไทยทุกคนได้มีที่ดิน และ
  ๑๑) เหนือสิ่งอื่นใดรักษาความถูกต้องไว้

 ทำหน้าที่ของท่าน แล้วบ้านเมืองไทยจะผ่านพ้นความทุกข์ยากไปได้ครับ

   

   

    


         

วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ไม้กระดก



 พวกคุณเคยเล่นไม้กระดกไหมครับ ?

 พวกคุณรูัสึกอย่างไรเวลาที่ไม้กระดก กระดกขึ้นกระดกลง

 สนุกไหม เสียวไหม?

 แล้วเวลาที่ไม้กระดกไม่กระดกล่ะ รู้สึกอย่างไร

 แล้วเคยเห็นไม้กระดกพังไหมครับ รู้สึกอย่างไร

การเข้าสู่อำนาจหรือการเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็เหมือนเล่นไม้กระดกนั่นแหละครับ

ถ้าคนหนึ่งยอมลง อีกคนหนึ่งก็จะลอยขึ้นไป

และเมื่อคนที่ลอยขึ้นลงมา  คนที่อยู่ด้านล่างก็จะลอยไปอยู่ข้างบนแทน

สลับกันไปสลับกันมา คนเล่นก็สนุกสนาน

แต่ถ้าไม่ใครยอมอยู่ใต้ใคร ไม่มีใครยอมลง ไม้ก็ย่อมไม่กระดก คนเล่นก็ไม่สนุก

และถ้าหากมีใครทำตัวเป็นคนพาลทำลายไม้กระดก ทุกคนก็ไม่มีโอกาสได้เล่นไม้กระดกอีก

ทุกคนก็ไม่มีความสุข

ดังนั้น พวกเราชาวไทยทั้งหลาย เรามาเล่นไม้กระดกกันตามกติกาเถอะครับ

ยอมลง ยอมขึ้น สลับกันไป

อย่าทำลายไม้กระดกเลย