วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2557

นิยายลา ฟลอร่า ตอน การเดินทางของซากุระ (๑)



                อากาศยามเช้าวันเสาร์ต้นเดือนเมษายนที่โรงเรียน ลา ฟลอร่า ช่างสดใสนัก เนื่องจากเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว   พฤกษชาตินานาพันธุ์เริ่มออกดอกบานสะพรั่ง  กิ่งของต้นซากุระจำนวน ๓ ต้น ที่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับมาจากรัฐบาลญี่ปุ่นพลิ้วไหวตามแรงลมที่พัดมา เด็กหญิงชาวญี่ปุ่นซึ่งมีผมสีเขียวและนัยน์ตาสีเหลืองอ่อนยืนมองดอกสีชมพูด้วยความสุขใจ ก่อนที่เธอจะฮัมเพลงออกมา


"Hana wa hana wa hana wa saku



itsuka umareru kimi ni



hana wa hana wa hana wa saku..."




"watashi wa nani wo nokoshita darou"




เสียงเพลงท่อนนี้ได้รับการต่อให้จบด้วยเสียงของเด็กชายจากโรงเรียนโนอาห์คนหนึ่ง


"อ้าวคุณคริสโตเฟอร์ มาแล้วเหรอเจ้าคะ แล้วคุณอินทิราล่ะเจ้าคะ"  ฟูจิวาระ ยูริ กล่าวกับเด็กชายผู้มี

นามว่าคริสโตเฟอร์


"ยังไม่เห็นเลย นี่ก็ได้เวลาตามที่นัดกันไว้แล้วนา" คริสโตเฟอร์กล่าวตอบ


"หวังว่าคงไม่ช้ามากนักนะเจ้าคะ เราจะได้รีบดำเนินโครงการเสียที"


"แล้วยูคิดโครงการออกบ้างหรือยังล่ะยูริ เอาคร่าว ๆ ก่อนก็ได้"


"ยังไม่ได้คิดเลยเจ้าค่ะ" ยูริส่ายหน้า


โครงการที่ว่านี้ คือ  โครงการสวนจำลองแห่งชุมชน พันธุ์ไม้ และสายน้ำ มีความเป็นมาดังนี้


*****

ย้อนไปเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่หอประชุมโรงเรียนลา ฟลอร่า มีการประชุมร่วมกันระหว่างนักเรียน


คลาสพริ้นเซสจากโรงเรียนลา ฟลอร่า และนักเรียนคลาสพริ้นซ์จากโรงเรียนโนอาห์  ครูมารีได้ขึ้นไป


กล่าวถึงโครงการนี้ให้นักเรียนทั้งสองโรงเรียนฟัง



"เลดี้แอนด์เจนเทิลเม้นท์ทั้งหลาย วันนี้ครูมีเรื่องสำคัญจะประกาศ  แต่ก่อนอื่นขอเชิญเลดี้ทิวาช่วยกรุณา

อธิบายให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหมคะว่าแม่น้ำที่สำคัญของโลกมีแม่น้ำสายอะไรบ้าง" 


ทุกคนหันไปจ้องทิวาที่สะลึมสะลือลืมตาตื่นขึ้นมาทันทีที่ครูมารีประกาศจบ  ด้วยความที่ยังไม่หายง่วง

เธอจึงตอบออกไปว่า


"ไบคาลค่ะ" เรียกเสียงหัวเราะลั่นห้องประชุม  ที่เธอตอบไปแบบนี้ ก็เพราะเมื่อคืนที่ผ่านมา 


(คือ คืนวันพุธ) เธอได้ดูสารคดีเกี่ยวกับทะเลสาบไบคาลอันน่าทึ่งนั่นเอง (ทิวาดูสารคดีด้วย!) 


"นั่นเป็นทะเลสาบค่ะ ครูต้องการทราบชื่อของแม่น้ำนะคะ" ครูมารีกล่าวอย่างอดกลั้น


"แคสเปียนค่ะ" นักเรียนเกือบทุกคนหัวเราะกันอีกครั้ง


"เลดี้ทิวาคะ พอจะบอกได้ไหมคะว่าน้ำบ่อน้อยคืออะไร"  ครูมารีเปลี่ยนคำถาม


"หมายถึงน้ำลายค่ะ" ทิวาตอบออกไปได้อย่างถูกต้อง


"ถูกต้องค่ะ  แล้วถ้าน้ำบ่อน้อยที่ว่ารั่วไหลออกไป เลดี้จะทำอย่างไรคะ" ครูมารีเน้นเสียงตอนท้าย

ทิวาทำหน้าฉงน 


"นี่ ๆ ลื๊อไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าน้ำลายลื๊อหยดใส่หัวอานาซิสซ่าน่ะ"  เหมยฮัวสะกิดให้ทิวาดูนาซิสซ่า


ที่กำลังกัดฟันกรอด ๆ อยู่ บนหัวของเธอมีหยดน้ำอยู่สองสามหยด หลายคนหัวเราะกับพฤติกรรมของ

ลิงกังที่ทำกับกิ้งก่า


"สงสัยคงต้องหักคะแนนทั้งชั้นแล้วกระมังคะ" ครูมารีเอ่ยอย่างเฉียบขาด เสียงหัวเราะหยุดลงทันที


"อะแฮ่ม! เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงนี้ของทุกปีเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทางโรงเรียนของเราจะจัดงาน

เทศกาลฮานามิและ yozakura ขึ้น โดยในวันงานก็จะมีการจัดประกวดผลงานของนักเรียนในแต่ละชั้นปีตามที่ทางครูบาอาจารย์ของโรงเรียนได้วางคอนเซ็ปต์ไว้  ซึ่งทางคณะครูได้ประชุมปรึกษากันแล้วเห็นว่าในปีนี้เราจะใช้คอนเซ็ปต์ว่า ชุมชน พันธุ์ไม้ และสายน้ำ  ให้นักเรียนคลาสพริ้นเซสของโรงเรียนลา 

ฟลอร่าจับกลุ่มกับนักเรียนคลาสพริ้นซ์ของโรงเรียนโนอาห์กลุ่มละ ๓ คน ทำสวนจำลองให้ตรงตาม


คอนเซ็ปต์ที่ว่าให้เสร็จภายในวันที่จัดงานเทศกาลนะคะ"  


ทุกคนมีเวลาเพียงแค่ศุกร์หน้าเท่านั้น


*****

"ดอกซากุระสวยจังเลยนะเจ้าคะ" 


"ไอเห็นด้วยกับยูนะยูริ" คริสโตเฟอร์ตอบพลางล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหยิบการ์ดออกมาชุดหนึ่ง


"การ์ดกัปตัน C.L.O.C.K. ชุดใหม่น่ะ"  คริสโตเฟอร์ว่าพลางยื่นการ์ดออกไปให้ยูริที่กำลังจะเอื้อมมือ

มาหยิบ แต่แล้วเขาก็ชักมือกลับ


"นี่ยูริ กัปตัน C.L.O.C.K. น่ะอยากดูซากุระมากเลยนะแต่เขาไม่มีเงินไปที่ญี่ปุ่นน่ะ ทำไงดีน้า" 


คริสโตเฟอร์ทำหน้าสงสัย 



'ทดสอบความรู้เหรอเจ้าคะ' ยูริรู้จักคริสโตเฟอร์ดีพอที่จะรู้ว่าเขากำลังทดสอบภูมิปัญญาของเธออยู่


เธอยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วเริ่มตอบคำถาม


"ถึงประเทศญี่ปุ่นจะมีชื่อเสียงในเรื่องสถานที่ชมดอกซากุระ แต่ที่แห่งอื่นก็มีดอกซากุระให้ชื่นชม

เหมือนกันนะเจ้าคะ"


"ที่ไหนบ้างล่ะ?" คริสโตเฟอร์ถาม



"ก็ที่สวนสาธารณะ Branch Brook ในนิวเจอร์ซีย์ หรือจะเป็นที่สวนพฤกษศาสตร์ Brooklyn Botanic 

Garden ในเมืองนิวยอร์ก หรือจะเป็นที่สวนสาธารณะ West Potomac ในวอชิงตัน ดี. ซี. ก็ได้นะเจ้าคะ 


หรือถ้ากัปตัน C.L.O.C.K. ไปที่แคนาดา ก็ไปดูได้ที่เมืองแวนคูเวอร์ หรือไม่ก็ไปที่ High Park 


นครโตรอนโตก็ได้เจ้าค่ะ"  ยูริเว้นวรรคไว้ ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า



"แต่ถ้ากัปตัน C.L.O.C.K. ได้ไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น ก็สมควรไปชมซากุระที่ภูเขาโยชิโนะในจังหวัดนารานะ


เจ้าคะ เพราะที่นั่นมีต้นซากุระอยู่ถึงสามหมื่นต้น มากที่สุดในญี่ปุ่นเลยล่ะเจ้าค่ะ แต่ก็ยังสถานที่อื่นใน


ญี่ปุ่นที่สามารถชมความงามของซากุระได้นะเจ้าคะ แล้วกัปตัน C.L.O.C.K. จะเลือกที่ไหนดีล่ะเจ้าคะ?"



คริสโตเฟอร์หัวเราะ



"แหมก็ต้องเป็นที่ปราสาทฮิเมจิสิ หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องเป็นบริเวณปราสาทโอซาก้า หรือจะไปที่


สวนสาธารณะอุเอะโนะในโตเกียวก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีกัปตัน C.L.O.C.K. จะพาพวกเราไปชมซากุระที่


ภูเขาไฟฟูจิกัน" คริสโตเฟอร์ทำท่ากัปตัน C.L.O.C.K. กำลังบิน โดยวิ่งวนไปรอบต้นซากุระ



ยูริหัวเราะกับท่าทางดังกล่าว สักพักคริสโตเฟอร์ก็ยื่นชุดการ์ดกัปตัน C.L.O.C.K. ให้ยูริ 


เธอรับชุดการ์ดมาดูด้วยความสนใจ  ในขณะที่คริสโตเฟอร์ชะเง้อมองจากข้างหลัง 

พลางเอามือแตะที่หัวไหล่ของยูริ




ปึ้ก !


คริสโตเฟอร์หันไปมองคนที่ทำให้เขาต้องละมือออกจากไหล่ของยูริ


"เฮ้! นี่ยูทำอะไรไอน่ะ"



"แหม แหม คู่นี้ทำอะไรกันคะ เล่นแตะเนื้อต้องตัวเลดี้ในโรงเรียนเลยเหรอคะ ดิฉันก็เลยประทับตรา

ให้คุณฐานไม่ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษน่ะสิคะ"  ประธานนักเรียนคลาสพริ้นเซสกล่าว


"สวัสดีเจ้าค่ะคุณอินทิรา"  ยูริโค้งทักทาย


"มาถึงก่อนดิฉันนี่คงจะเริ่มคุยเรื่องโครงการกันบ้างแล้ว ใช่ไหมคะ?"


"ยังไม่ได้คิดเลยด้วยซ้ำเจ้าค่ะ" ยูริพูดพลางมองไปที่ต้นซากุระ "อยากเอาดอกซากุระเป็นต้นไม้หลัก

ในการจัดสวนจำลอง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำในแบบไหนดีน่ะเจ้าค่ะ"  "อยากให้คุณซากุระบอกคำตอบให้


จังเลย"



ราวกับว่าต้นซากุระจะตอบรับคำร้องขอของเธอ ลมได้พัดกระโชกมาอย่างแรงทำให้ดอกซากุระหล่นจาก


ต้นมาพวงหนึ่ง พวงดอกซากุระนั้นได้กลิ้งลงจากเนินเขาที่ตั้งของซากุระไปทางทิศตะวันออก



"เอ๋! คุณซากุระร่วงลงไปแล้ว" 



"ไอว่าคุณซากุระต้องการจะบอกอะไรให้ยูริทราบแน่เลย พวกเรารีบตามคุณซากุระลงไปเถอะ"


คริสโตเฟอร์วิ่งลงจากเนินเขาไปเป็นคนแรก เพื่อนร่วมทีมอีกสองคนจึงได้เดินตามลงไปอย่างงง ๆ



เมื่อไปถึงบริเวณที่ซากุระหล่นอยู่พวกเขาก็พบว่ามีดอกไม้อีกพวงหนึ่งอยู้ใกล้ ๆ กันกับดอกซากุระ


เป็นดอกไม้ที่เหมือนซากุระที่พวกเขาตามมาเก็บมากเพียงแต่ว่าสีชมพูเข้มกว่า



"ยูไปเก็บมาเถอะ" คริสโตเฟอร์บอกยูริ และเมื่อยูริยื่นมือไปหยิบพวงซากุระที่หล่นอยู่ก็ได้พบกับ


คนคุ้นเคยที่ยื่นมือมาเก็บดอกไม้อีกพวงหนึ่งเหมือนกัน



"อ้าว! คุณทิวา มาเก็บดอกซากุระหรือเจ้าคะ?" 



"อ้าว! ยูริเองเหรอนี่ไม่ใช่ดอกซากุระหรอกนะ" ทิวาตอบ และเมื่อเธอเห็นยูริทำหน้าสงสัยก็เลย


เฉลยว่า




"ดอกไม้พวงนี้ถึงจะดูเหมือนซากุระ แต่จริง ๆ แล้วนี่คือดอกนางพญาเสือโคร่งต่างหากล่ะ" 



"เหมือนดอกซากุระจังนะเจ้าคะ"  ยูริยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ



"เพราะเหมือนดอกซากุระนี่แหละ ถึงได้เรียกว่า 'ซากุระเมืองไทย' ยังไงล่ะ" ทิวาบอก



"นี่คุณทิวาคิดจะเอาดอกไม้นี้ไปประดับในสวนจำลองเหรอเจ้าคะ" 



"ใช่แล้วล่ะ แต่ก็ไม่ใช่เฉพาะดอกไม้ชนิดนี้เท่านั้นนะ ยังมีดอกไม้อีกหลายชนิดเลยที่กลุ่มของฉันจะใช้ 


แล้วของกลุ่มยูริล่ะจะใช้ดอกซากุระเหรอ"



"ก็ยังไม่ทราบแน่ชัดเลยเจ้าค่ะ ยังไม่รู้เลยว่าจะจัดทำสวนจำลองออกมาอย่างไร เฮ้อ!"



"ถ้าอย่างนั้นไปดูที่สวนจำลองที่ฉันกับเพื่อนทำดูก่อนไหมล่ะ เผื่อจะได้ความคิดดี ๆ บ้าง แต่อย่า


ลอกเลียนแบบของกลุ่มฉันไปก็แล้วกัน" ทิวาพูดแล้วเดินนำหน้ายูริไปที่สวนจำลองของกลุ่มตน




"ใครไปจะเลียนแบบของคุณกันคะ" อินทิราส่ายหน้ากับคำพูดของลิงกังแห่งคลาสพริ้นเซส




โปรดติดตามตอนต่อไป





อ้างอิง



๑. ขอขอบคุณเนื้อเพลงในเว็บไซต์  http://konohana-sakura.blogspot.com/2012/08/hana-wa-saku-akb48-iwata-karen.html

As Req. by BossMinn

    และสามารถฟังเพลงดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์


     
    https://www.youtube.com/watch?v=VuMlBNCTTFA


๒. http://travel.thaiza.com/10-สถานที่ชมดอกซากุระบานสุดฮิตในญี่ปุ่น/287269/





๓. http://en.wikipedia.org/wiki/Cherry_blossom#By_country


      http://en.wikipedia.org/wiki/Hanami


๔.   


  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%87



























วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2557

สืบสานพระราชปณิธาน



"ตั้งใจจะอุปถัมภก                                         ยอยกพระพุทธศาสนา

 จะป้องกันขอบขัณฑสีมา                             รักษาประชาชนและมนตรีฯ"

(พระราชนิพนธ์นิราศท่าดินแดง)
จาก หนังสือเรื่องพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดยสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ พิมพ์ครั้งที่ ๕


๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗


                 ขอให้พวกเราชาวไทยผู้รักชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาธิปไตย และ
ความยุติธรรมทั้งปวงร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานขององค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี
ด้วยการปกปักรักษาชาติบ้านเมืองและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยให้พ้นจากภัยของ
กลุ่มคนพาลที่กำลังก่อความไม่สงบเรียบร้อยและความไม่ยุติธรรมในสังคมไทย ปกปักรักษา
ดินแดนและชาวไทยให้รอดพ้นจากภัยก่อการร้ายและการแบ่งแยกดินแดนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  และปกปักรักษาพระพุทธศาสนาให้พ้นจากภัยของพวกเดียรถีย์ (สันติอโศก , ธรรมกาย , พุทธอิสระ) 
เพื่อให้ชาติไทยดำรงคงอยู่สืบไปชั่วลูกชั่วหลาน

                                                                                                         
             


วันเสาร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2557

ความยุติธรรม




เนื่องในโอกาสวันจักรีประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ขอยกเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การชำระกฎหมาย ก่อให้เกิด "กฎหมายตราสามดวง" ขึ้น

ในสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้เกิดคดีที่อำแดงป้อม ฟ้องหย่านายบุญศรี ช่างเหล็กหลวง ทั้ง ๆ ที่ตนทำชู้กับนายราชาอรรถ และศาลได้พิพากษาให้หย่าได้ตามที่อำแดงป้อมฟ้อง โดยอาศัยการพิจารณาคดีตามบทกฎหมาย ที่มีความว่า “ชายหาผิดมิได้ หญิงขอหย่า ท่านว่าเป็นหญิงหย่าชาย หย่าได้”

เมื่อผลของคดีเป็นเช่นนี้ นายบุญศรีจึงได้นำเรื่องขึ้นทูลเกล้าถวายฎีกาต่อพระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑ ทรงเห็นด้วยกับฎีกาว่าคำพิพากษาของศาลนั้นขัดหลักความยุติธรรม ทรงสงสัยว่าการพิจารณาพิพากษาคดีจะถูกต้องตรงตามตัวฉบับกฎหมายหรือไม่ จึงมีพระบรมราชโองการ ให้เทียบกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ คือ ฉบับที่ศาลใช้กับฉบับที่หอหลวงและที่ห้องเครื่อง ปรากฏว่ามีข้อความที่ตรงกัน เมื่อเป็นดังนี้ จึงมีพระราชดำริว่ากฎหมายนั้นไม่เหมาะสม อาจมีความคลาดเคลื่อนจากการคัดลอก สมควรที่จะจัดให้มีการชำระสะสางกฎหมายใหม่ เหมือนการสังคายนาพระไตรปิฎก

จากคดีนี้ได้แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายที่แม้แต่พระมหากษัตริย์ก็ต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติตาม ไม่มีพระราชอำนาจที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมายตามอำเภอใจ
แม้จะทรงเห็นว่าคำตัดสินนั้นไม่สอดคล้องกับความยุติธรรม อันอาจเนื่องมาจากการคัดลอกกฎหมายมาผิด ก็ชอบที่จะจัดให้มีการชำระสะสางกฎหมายให้กลับไปสู่ความถูกต้องดังพระราชปรารภที่ว่า “ให้กรรมการชำระพระราชกำหนดบทพระอายการ อันมีอยู่ในหอหลวง ตั้งแต่พระธรรมศาสตร์ไปให้ถูกถ้วน ตามบาฬีและเนื้อความ มิให้ผิดเพี้ยนซ้ำกัน ได้จัดเป็นหมวด เป็นเหล่าเข้าไว้ แล้วทรงอุตสาห ทรงชำระดัดแปลง ซึ่งบทอันวิปลาดนั้นให้ชอบโดยยุติธรรมไว้”


http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87


 ตัวอย่างในเรื่องนี้เราสามารถนำมาปรับใช้กับสถานการณ์ในปัจจุบันได้ครับ กล่าวคือ เมื่อเราพิจารณาแล้วเห็นว่า กฎหมายฉบับใดมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับความยุติธรรม ก็สามารถที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติของกฎหมายนั้นได้ แต่จะต้องทำให้ถูกต้องตามวิธีการในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย 

ดังนั้น แม้ว่าเราจะพิจารณาแล้วเห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จะเป็นกฎหมายที่มีเนื้อหาที่มีปัญหาอยู่หลายประการ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการลงประชามติมาแล้ว ก็ต้องยอมรับและปฏิบัติตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นไปก่อน แต่จะต้องเปิดโอกาสให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาของกฎหมายได้เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพของสังคม   ไม่ใช่ปิดกั้นไม่ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย

วันศุกร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2557

อำนาจ (๑)


ข้อคิดเตือนใจตุลาการและผู้อยากมีอำนาจ

        ...ถ้าหากการปกครองมีแต่การกดขี่บังคับ ขาดความยุติธรรมเห็นได้อย่างถนัดชัดแจ้ง และราษฎรถูกข่มเหงรังแกจากข้าราชการ...ความกดดันก็เกิดขึ้นในใจซึ่งนานเข้าก็กลายเป็นความเกลียดชังระบอบการปกครองนั้นอย่างขมขื่นฝังเข้ากระดูกดำขนาดใครมาเป็นข้าศึกศัตรูกับระบอบนั้นก็ย่อมเข้าข้างด้วย...ถ้าความรักชาติสำหรับเขาแปลว่าต้องยอมตนเป็นเบี้ยล่างให้คนชาติเดียวกันมาเหยียบย่ำกดขี่ได้ตลอดไปโดยไม่มีทางเงยหน้าอ้าปากได้แล้ว ความรักชาติเช่นนั้นก็ไม่น่าที่เขาจะรักษาเอาไว้

                          จาก "พม่าเสียเมือง"  น. ๑๗๘ - ๑๗๙  
                          พิมพ์ครั้งที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๗ , ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557

นิยายลา ฟลอร่า ตอน ศึกชิงกุหลาบ ตอนที่ ๓



           "ในที่สุดหม่อมฉันก็ได้พบเห็นพระองค์อีกครั้ง หลังจากที่ต้องตามหาชิ้นส่วนของพระองค์มาเป็นเวลาหลายปี อวัยวะชิ้นนี้ก็เป็นชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้ร่างกายของพระองค์ได้กลับมาครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนเดิม กลับมาหาหม่อมฉันเถิดนะเพคะ ท่านพี่โอซิริส มาเห็นลูกชายของพวกเราโฮรัสได้เติบโตเป็นหนุ่มใหญ่มีกำลังวังชาเพื่อที่วันข้างหน้าจะได้กำจัดเจ้าเทพเซธผู้ชั่วร้ายซึ่งได้พรากชีวิตของพระองค์ไปจากหม่อมฉัน แล้วยังฉีกกระชากร่างกายของพระองค์ออกเป็นส่วน ๆ อีก ได้โปรดฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งเถิด" เหมยฮัวซึ่งรับบทเป็นเทพีไอซิสทำท่าคร่ำครวญต่อหน้าโฮรัสซึ่งรับบทเป็นเทพโอซิริส เธอทำท่าวางอวัยวะลงไปบนร่างของโฮรัส  โฮรัสได้ลุกขึ้นนั่งแล้วกุมมือของเหมยฮัวไว้แน่น

         "โอ้! ที่รัก ที่นี่มันที่ไหนกัน เกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่ ข้าสับสนไปหมดแล้ว แต่ก็ช่างเถิดได้เห็นหน้าแก้วตาดวงใจอย่างเจ้า หัวใจข้าก็ชุ่มฉ่ำแล้ว แต่หากได้ดอกกุหลาบมาซักดอกเพื่อมาประดับผมให้เจ้าก็จะดียิ่งนัก"   โฮรัสแสดงได้อย่างน่าประทับใจ

         "ใครก็ได้ช่วยนำกุหลาบมาให้สามีสุดที่รักของข้าที" เหมยฮัวทำท่าตะโกน โดยหันหน้าไปทางที่โรซารี่นั่งอยู่


         'ตำนานรักระหว่างเทพโอซิริสกับเทพีไอซิสฉบับดัดแปลงรึ น่าสนใจดีนี่' โรซารี่คิด 'แถมมีการขอ
ดอกกุหลาบจากเราด้วยแฮะ แต่แค่นี้คงยังไม่ดีพอที่จะให้ภาพดอกกุหลาบที่เราบรรจงวาดมาหรอกนะ'

         "ทิวา เธอคงไม่ยอมแพ้คู่นั้นใช่มั๊ย?" กียุลกระซิบที่ข้างหูทิวา

         "ไม่ยอมแพ้หรอก" ทิวากระซิบตอบกลับ

        "ถ้าอย่างนั้นเธอช่วยแสดงตามที่ฉันจะบอกให้ฟังนะ แล้วอย่าต่อล้อต่อเถียงล่ะ" กียุลพูดเสร็จก็หันหน้าไปทางราตรี

        "ราตรี ฉันต้องการให้เธอช่วยด้วย เราออกไปซ้อมการแสดงกันข้างนอกนะ"

        ราตรีพยักหน้ารับก่อนที่จะเดินตามกียุลกับทิวาออกไปข้างนอกห้องชมรมปาติซิเย่ร์

       "สาวน้อยท่านมีกุหลาบดี ๆ ซักดอกไหม สามีกำลังต้องการเป็นอย่างยิ่ง" เหมยฮัวซึ่งยังรับบทเป็นเทพีไอซิสอยู่พูดกับโรซารี่  โรซารี่ทำหน้าตาเซ็ง ๆ ใช้นิ้วชี้มือขวาชี้ไปยังภาพวาดดอกกุหลาบของตน

       "เป็นแค่ภาพวาดเองรึ แต่นั่นก็น่าจะดีพอแล้วน่อ" เหมยฮัวเผลอลงท้ายด้วยสำเนียงจีน ทำให้โรซารี่ยิ่งเซ็งเข้าไปใหญ่ที่เพื่อนของเธอแสดงได้ไม่ค่อยสมบทบาท

      ทันใดนั้นเสียงเพลงวอลซ์อันไพเราะก็ดังขึ้น  มีเจ้าหญิงเจ้าชายคู่หนึ่งปรากฏตัวออกมา ทั้งคู่คือ นาซิสซ่าที่อยู่ในชุดเจ้าหญิงอันงดงาม และดันเต้ที่อยู่ในชุดเจ้าชายผู้สูงศักดิ์ นั่นเอง ทั้งคู่เต้นรำกันในจังหวะวอลซ์ด้วยท่วงท่าที่สง่างามสมเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างมองดูคู่เต้นรำไปอย่างไม่วางตา แต่แล้ว เสียงนาฬิกาก็ดังขึ้น แล้วการเต้นรำก็หยุดชะงักลงกลางคัน

      "หม่อมฉันต้องรีบไปแล้ว เพคะ ลาก่อนเจ้าชาย หวังว่าเราคงจะเจอกันอีกในวันข้างหน้า" นาซิสซ่ารีบหมุนตัววิ่งหนีไปจากดันเต้ทันที ทำให้รองเท้าข้างหนึ่งหลุดออกจากเท้าของเธอ ดันเต้ซึ่งรับบทเจ้าชายพยายามวิ่งตามไป แต่ก็ไม่ทัน คู่เต้นรำของพระองค์หายตัวไปแล้ว แต่ทิ้งรองเท้าแก้วไว้เพียงข้างเดียว!

   "ทหาร ทหาร มาเก็บรองเท้าข้างนี้ไปที" ดันเต้ร้อง สักพักอิซซาเบลล่าก็วิ่งออกมาเก็บรองเท้าแก้ว ก่อนที่จะเดินนำหน้าดันเต้ไป พลางร้องว่า "เจ้าชายมีพระบัญชาว่าใครที่สวมรองเท้าแก้วข้างนี้ได้จะได้อภิเษกสมรสกับพระองค์" แล้วทันใดนั้น นาซิสซ่าในชุดเสื้อผ้าที่มีรอยปะก็ปรากฏตัวออกมา

 "ให้หม่อมฉันได้ลองใส่รองเท้าข้างนี้เถิดนะเพคะ" นาซิสซ่ายื่นเท้าข้างขวาออกมา และเมื่อทหารอิซซาเบลล่าใส่รองเท้าแก้วเข้าไปที่เท้าของเธอ ก็สามารถใส่ได้พอดี

 "ในที่สุดข้าก็ได้เจอเจ้าอีกครั้ง เรามาแต่งงานกันเถอะ" ดันเต้พูด ทำเอานาซิสซ่าแก้มแดง

"คุณนาซิสซ่ากับคุณดันเต้แสดงเรื่องซินเดอเรลล่าได้ดีนะเจ้าคะ" ยูริทำท่าชื่นชม

"แต่ไอว่าแค่นี้ยังไม่ยอดเยี่ยมนักหรอก" คริสโตเฟอร์แย้ง ซึ่งโรซารี่ก็ทำท่าเห็นด้วยกับความเห็นของคริสโตเฟอร์

ราตรีเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง แล้วรีบเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของอาคารชมรม

"แล้วนี่ทิวากับกียุลไปไหนล่ะ" โรซารี่หันไปถามยูริ

เสียงเพลงดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมการปรากฏตัวของกียุลและทิวาที่จับมือเดินเข้ามาภายในห้อง กียุลยกมือขวาที่ถือไมโครโฟนขึ้นก่อนที่จะร้องเพลง

"นี่มันเพลง  From the beginning till now ในเรื่อง Winter Sonata นี่เจ้าคะ" ยูริทำหน้าเปล่งประกาย

'นายนี่เสียงดีชะมัด' โรซารี่คิดในใจ

ในขณะที่กำลังร้องเพลงประกอบละครอยู่นั้นเอง บรรยากาศก็ยิ่งเป็นใจมากขึ้นเมื่อเกล็ดหิมะได้โปรยปรายลงมาที่ตัวของกียุลและทิวาที่กำลังจับมือและมองหน้ากันอยู่

ถึงตอนนี้ทั้งโรซารี่ เหมยฮัว อิซซาเบลล่า และยูริก็เคลิบเคลิ้มไปกับการแสดงมิวสิกวิดีโอของคู่นี้ไปแล้ว ต่างจากนาซิสซ่าที่อ้าปากค้าง ไม่ใช่เพราะการแสดง แต่เป็นเพราะ

'น้ำตาลของชมรม' เธอเงยหน้าขึ้นไปดูก็เห็นตัวผู้ก่อเหตุใช้น้ำตาลแทนเกล็ดหิมะ 'ยัยราตรี' เธอถลึงตาจ้องไปที่ด้านบน แต่ราตรีคงกำลังเพลิดเพลินกับการโปรย "หิมะที่มาจากกระปุก"  ประกอบฉากลงมา จึงไม่ใส่ใจว่านาซิสซ่าต้องการสื่อถึงอะไร

สักพักก็ถึงคราวของทิวาที่จะต้องร้องเพลงบ้าง เธอถือไมโครโฟนที่มือซ้ายแล้วก็เริ่มร้องเพลง

"กรี๊ด ! เพลง  I Love You นี่เจ้าคะ" เสียงของทิวาที่ออกมาก็ไม่ได้แย่อย่างที่ทุกคนคาดกัน บางตอนยังออกไพเราะเสียด้วยซ้ำ

ตอนนี้แม้แต่นาซิสซ่าเองก็ยังอดเคลิบเคลิ้มไม่ได้ 'เอ๊ะ! นี่เราไปเคลิ้มกับยัยลิงนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่' พอคิดได้นาซิสซ่าก็ค่อยปั้นหน้าให้กลับเฉยชาเหมือนเดิม ส่วนโรซารี่ ยูริ เหมยฮัว และอิซซาเบลล่า ฟินไม่เลิก ตอนนี้กียุลและทิวาก็ประสานเสียงกันร้องเพลงประกอบละครเรื่อง winter sonata จนจบ

แล้วเมื่อถึงตอนจบของการแสดง กียุลก็ลดไมโครโฟนลงแล้วหยิบตุ๊กตาหมีขึ้นมาหนึ่งตัวก่อนจะมอบให้ทิวา

"กรี๊ด!! เอาดอกกุหลาบไป แล้วเขาขอตุ๊กตาหมีนะ" โรซารี่ยื่นภาพวาดดอกกุหลาบของเธอให้แก่กียุลและทิวาทันที

ทิวาและกียุลมองหน้าแล้วยิ้มให้แก่กัน ทั้งคู่แทบจะตะโกนออกมาว่า เย้ ! สำเร็จแล้ว

"ไอว่าการแสดงมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ตอนท้ายไอว่ามันเข้าข่ายให้สินบนชัด ๆ" คริสโตเฟอร์หันไปกระซิบกับดันเต้

"นั่นสิ" ดันเต้พยักหน้ารับ   "เห็นด้วยสุด ๆ เลยขอรับ" ฮอรัสก็คล้อยตามไปด้วย นาซิสซ่ายังคงจ้องไปที่ราตรีอย่างหาเรื่อง ต่างจากราตรีที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ อิซซาเบลล่ายืนอมยิ้ม ยูริและเหมยฮัวได้แต่ร้องแหะ ๆ ส่วนโรซารี่กอดตุ๊กตาหมีไว้อย่างทะนุถนอม

"ท่านพี่โรส!" "คุณโรซารี่!"  เสียงของแฟนคลับผู้คลั่งไคล้ในตัวสาวกุหลาบมาดเท่ดังขึ้นพร้อมกัน  ทั้งสองคนเดินถือจานซึ่งใส่ชอคโกแลตที่ตัวเองทำออกมา

"กรุณาชิมชอคโกแลตของฉันด้วยค่ะ" ทั้งสองคนแย่งกันยื่นจานใส่ชอคโกแลตไปยังโรซารี่ ชอคโกแลตในจานของมิเนียร่าเป็นรูปนกกีวีกำลังก้มลงจิกกินผลกีวี มีกีวีสดฝานเป็นชิ้นเล็ก ๆ วางเรียงไว้ตามขอบจาน  ส่วนชอคโกแลตที่ซาลูน่าทำนั้นทำเป็นรูปต้นมะพร้าวที่มีลูกมะพร้าวอยู่ แต่ลูกมะพร้าวที่ปรากฏนั้นกลับทำด้วยสัปปะรดฮาวาย ส่วนใบมะพร้าวนั้นทำด้วยเนื้อมะพร้าวขูด น้ำมะพร้าวนั้น ซาลูน่าใช้ผสมลงในเนื้อชอคโกแลตนั่นเอง

    'ชิมจานไหนก่อนดีน้า' โรซารี่คิดในใจขณะที่กำลังถือส้อมอยู่


     "ว้าย! หลบเร็ว!"  "มาทางนี้แล้ว"  เสียงเอะอะโวยวายที่ดังขึ้นนอกอาคารชมรมทำให้ทุกคนหันรีบออกไปข้างนอกเพื่อจะดูว่าเกิดอะไรขึ้น และสิ่งที่ทุกคนเห็นก็คือ


     "หลีกทางให้ม้าของผมด้วยครับ!!"  ไลโอเนลตะโกน  พวกนักเรียนทั้งเจ้าหญิงและเจ้าชายต่างหลบกันเป็นแถว

     "ขอโทษนะครับ!!" อเล็กเซตะโกนทั้งที่ยังควบม้าอยู่ในมือข้างหนึ่งหอบดอกกุหลาบหลายดอกมาด้วย

    ทั้งสองคนควบม้าตรงมาทางชมรมปาติซิเย่ร์

     "คุณโรซารี่!!" สองหนุ่มตะโกนพร้อมกัน  "ช่วยรับดอกกุหลาบดอกนี้เป็นของขวัญด้วยครับ!"

     "นี่พวกนาย!" โรซารี่ตะโกนได้แค่นั้นทั้งสองก็ควบม้ามาถึงตัวแล้ว



   ฟุบ!

ตอนนี้โรซารี่กำลังยืนถ่างขาอยู่บนม้าสองตัวที่กำลังวิ่งอย่างเต็มห้อ โดยอเล็กเซจับแขนขวาของเธอไว้ ส่วนไลโอเนลจับที่แขนซ้าย ทั้งสองต่างก็แย่งกันพูด

"ผมไปถึงเส้นชัยก่อนนะครับ เลยได้ดอกกุหลาบมาแล้วรีบควบม้ามามอบให้คุณโรซารี่" อเล็กเซกล่าว

"ไม่จริงครับเลดี้ ผมสิที่เป็นฝ่ายชนะ แต่เจ้าอเล็กเซไม่ยอม เข้าไปแย่งดอกกุหลาบที่เป็นของรางวัลมา ผมเลยต้องรีบควบม้าตามมาครับ"

"จะอย่างไรก็ช่างเถอะ ปล่อยฉันลงก่อนได้ไหม!" โรซารี่ตะโกนอย่างตื่นตระหนก

"คุณโรซารี่" "ท่านพี่โรส" ทั้งซาลูน่าและมิเนียร่ารีบวิ่งตามหลังม้าทั้งสองตัวไปโดยไม่ลืมที่จะถือจานที่ใส่ชอคโกแลตที่ตนทำไว้ไปด้วย พวกทิวาและราชาที่เหลือก็วิ่งตามไปเช่นเดียวกัน

*********

ในขณะที่ครูฌาแนตต์กำลังเพลิดเพลินกับการเต้นรำท่าแทงโก้กับครูวินเซนต์อยู่ภายในระเบียงทางเดินของอาคารโรงเรียน (แม้ฝ่ายหลังจะไม่เพลิดเพลินด้วยก็ตาม) ครูร่างยักษ์ก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาว่า

       "ถ้าได้จูบคนที่เรารักในวันวาเลนไทน์นี่คงเป็นจูบที่ลืมไม่ลงเลยนะฮ้า"

       'ลงนรกนะสิครับ' ครูวินเซนต์คิด 

       "ได้โปรดอย่าทำอย่างนี้กับผมเลย" ครูวินเซนต์พูดเมื่อเห็นว่าคู่เต้นรำของตนกำลังโน้มหน้าลงมาใกล้กับหน้าของตนแล้ว

         "เบรก!!" เสียงตะโกนดังขึ้น เมื่อครูทั้งสองหันไปมอง ม้าทั้งสองตัวก็มาถึงตรงหน้าแล้ว

โครม!!!!!

"เลดี้แอนด์เจนเทิลเม้นท์นี่มันหมายความว่าอย่างไรกันคะ" ครูมารีแทบไม่เชื่อสายตา เมื่อสักครู่เธอได้ยินเสียงควบม้า เสียงคนร้องโหวกเหวก แล้วตามมาด้วยเสียงเหมือนอะไรชนกันดังลั่นหน้าระเบียงทางเดินในอาคาร จึงรีบวิ่งมายังทิศทางของเสียง  สิ่งที่เธอเห็นอยู่ต่อหน้าทำเอาอารมณ์โทสะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ม้าสองตัวล้มลงตรงหน้าของเธอ โดยที่ครูวินเซนต์ถูกม้าตัวที่อเล็กเซขี่มาทับอยู่ ส่วนเจ้าแอนโธนี่ ม้าตัวโปรดของไลโอเนลก็ได้ลิ้มลองจูบแรกในวันวาเลนไทน์จากครูฌาแนตต์ เป็นจูบที่ทั้งสองคนและตัวจะลืมไม่ลงไปชั่วชีวิต โรซารี่นอนหงาย ตรงหน้าของเธอมีชอคโกแลตที่แฟนคลับของเธอทั้งสองคนปะหน้าไว้ ซาลูน่าและมิเนียร่านอนคว่ำทับกัน ไลโอเนลกระเด็นไปทางซ้าย อเล็กเซกระเด็นไปชนกำแพงทางขวา ส่วนพวกแก๊งทิวาที่วิ่งตามมาก็หกล้มกันระเนระนาด




"เลดี้แอนด์เจนเทิลเม้นท์ทุกคนคะ ฝ่าฝืนกฎข้อที่ ๔๐๐ ทำเสียงเอะอะโวยวายที่ระเบียงทางเดิน กฎข้อที่ ๔๐๑ นำสัตว์เข้ามาในอาคาร  กฎข้อที่ ๕๐๐ ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตราย กฎข้อที่ ๕๑๐ ไม่เคารพครู กฎข้อที่  ๖๐๐ ทำให้อาคารสถานที่สกปรกเลอะเทอะ  กฎข้อที่ ๖๑๐ ทำให้อาคารสถานที่ได้รับความเสียหาย ต้องถูกลงโทษหลายสถานเลยนะคะ แต่เห็นแก่ว่าวันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ ฉะนั้น ดิฉันจะลงโทษสถานเบา กล่าวคือ นับจากวันนี้ไปจนกว่าจะปิดภาคเรียน ทุกคนที่ก่อเรื่องจะต้องไปดูแลรดน้ำดอกกุหลาบ และทำความสะอาดระเบียงนี้ทุกวัน เข้าใจไหมคะ"


"ฮือ! ฮือ! ทำไมฉันจะต้องมาโดนอะไรแบบนี้ด้วยล่ะเนี่ย" โรซารี่ตะโกน "วันวาเลนไทน์ปีนี้นี่ซวยจริง ๆ เลย"

                                                   จบเถอะครับ

  อ้างอิง

๑) ดูเรื่องของเทวีไอซิสได้ที่  http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%AA


๒) ฟังเพลง  From the beginning till now ได้ที่

 https://www.youtube.com/watch?v=Sp9ZN-FUTwo


๓) ฟังเพลง  I Love You  ได้ที่่่่่่่่่ https://www.youtube.com/watch?v=aJy3-f836iY















   



 



     

วันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2557

สามัคคีฝ่าภัย ไมตรีสลายชนชั้น


 ๑) ผมมีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบและการแบ่งแยกประเทศได้ ทั้งนี้ เพราะเราเป็นชนชาติเดียวกัน มีความสำนึกว่าเป็นคนไทยเหมือนกัน (ยกเว้นไอ้พวกอยากแยกดินแดนสามจังหวัดชายแดนใต้) ยึดถือหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาเหมือนกัน เป็นผู้รักสงบเหมือนกัน อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระเจ้าแผ่นดินไทยเหมือนกัน

  ๒) เราสามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันได้หลายประการ ทั้งเรื่องของศีล พรหมวิหารธรรม หิริโอตตัปปะ กุศลกรรมบถสิบ เป็นต้น  แต่หลักธรรมที่สำคัญที่เราคนไทยจะต้องยึดถือและนำมาปฏิบัติโดยเร่งด่วนขณะนี้ คือ เรื่องของความยุติธรรม ความสามัคคี และไมตรี

  ๓) ความสามัคคีและไมตรีนั้นเป็นหลักธรรมสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนในสังคมไทยอยู่ร่วมกันได้มาตั้งแต่สมัยโบราณ หากขาดหลักธรรมทั้งสองข้อแล้วสังคมไทย (และสังคมโลก) ก็คงล่มสลายกันไปนานแล้ว
ความสำคัญของหลักธรรมทั้งสองข้อนี้เห็นได้จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัในพระราชพิธีออกมหาสมาคม รับการถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒ ซึ่งมีความว่า




ข้าพเจ้ามีความปิติชื่นชมยินดียิ่ง ที่ได้เห็นท่านทั้งหลายจากทุกองค์กร และทุกสถาบันพร้อมเพรียงกันมาให้พรวันเกิด ขอขอบพระทัยและขอบใจ ในคำอวยพรอันเปี่ยมด้วยความหวังดีและไมตรีจิต ขอทุกท่านจงได้รับพรและไมตรีจิตของข้าพเจ้าเช่นเดียวกัน ความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ทุกคนทุกฝ่ายแสดงให้เห็น ให้ข้าพเจ้าระลึกถึงคุณธรรมข้อหนึ่ง ที่อุปถัมภ์และผูกพันคนไทยให้รวมกันเป็นเอกภาพ สามารถดำรงชาติบ้านเมืองให้มั่นคงเป็นอิสระยั่งยืนมาช้านาน

คุณธรรมในข้อนั้นคือ ไมตรี ความมีเมตตา ความดีให้กันและกัน คนที่มีไมตรีต่อกันจะคิดอะไรก็คิดแต่ในทางสร้างสรรค์ ที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลกัน จะพูดอะไรก็ใช้เหตุผลเจรจากันด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน จะทำอะไรก็ช่วยเหลือร่วมมือกันด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณา ทบทวนให้ทราบตระหนักแก่ใจอีกครั้งหนึ่งว่า

ในกาย ในใจ ของคนไทยเรา ยังมีคุณธรรมในข้อนี้อยู่หนักแน่น พร้อมมูลเพียงใด จะได้มั่นใจว่า เราจะสามารถรักษาประเทศชาติ และความเป็นไทยของเรา ไว้ได้ยืนยาวตลอดไป

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวไทยทุกหมู่เคารพบูชา จงอภิบาลรักษาทุกท่านให้มีความสุข ปราศจากมลทิน ทุกข์และภยันตราย มีกำลังกาย กำลังใจและกำลังปัญญา สามารถนำพาบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรคขวากหนาม บรรลุถึงความวัฒนาผาสุกได้โดยสวัสดี






 ๔)ความสามัคคีและไมตรีนี้เป็นคุณธรรมที่จะทำให้เราสามารถสลายชนชั้นได้อย่างสันติวิธี ลองดูภาพที่ถ่ายจาก(ถ้าจำไม่ผิด)ปูนาคาซองภาพนี้ จะเห็นได้ว่าเพราะความช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างสัตว์เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ทำให้นกตัวนี้สามารถลิ้มลองผลไม้ที่อยู่บนต้นได้ และจะสังเกตว่าสัตว์ใหญ่ก็จะคอยช่วยเหลือสัตว์เล็กกว่าโดยไม่รังเกียจเดียดฉันท์ใด ๆ เลย แน่นอนว่าถ้าสัตว์ต่างชนิดกันช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยไมตรีกันได้ คนไทยเราถึงจะมีพื้นเพฐานะ การศึกษา ความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างไรก็ย่อมช่วยเหลือเกื้อกูลทำได้เช่นเดียวกัน



 ๕)ขอเพียงแต่เรายึดมั่นในคุณธรรมทั้งสองประการข้างต้น เราก็จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งครั้งนี้ไปได้ด้วยดีครับ
   

วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

นิยายลา ฟลอร่า ตอน ศึกชิงกุหลาบ ตอนที่ ๒

     "นี่พวกเธอน่ะ เล่นซื้อช็อคโกแลตยี่ห้อเดียวกันแบบนี้แล้วฉันจะตัดสินได้อย่างไรว่าของใครดีกว่ากัน"  โรซารี่บ่นแบบเซ็ง ๆ

     "เอ๋! จริงด้วย ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวหนูทำช็อคโกแลตให้ท่านพี่โรสกินก็แล้วกัน" มิเนียร่า ซานาลิน พูดเสร็จก็รีบเดินเข้าไปในห้องครัวของชมรมปาติซิเยร์

     "ฉันก็จะทำให้ช็อคโกแลตสูตรพิเศษให้คุณโรซารี่กินเหมือนกันค่ะ รับรองว่าต้องดีกว่าของยัยหัวแกะนั่นแน่นอน  นี่เธอช่วยไปซื้อสัปปะรดฮาวายมาให้ฉันสักลูกนะเอาลูกใหญ่ ๆ หน่อย และขอมะพร้าวฮาวายด้วย" ซาลูน่า แซมบาลู หันไปขอความช่วยเหลือจากอิซซาเบลล่า เอเลมิเนวอร์

     "ได้เลยจ้า" อิซซาเบลล่ารับคำแล้วรีบวิ่งออกจากห้องของชมรมปาติซิเย่ร์ไปยังตลาด

     "เดี๋ยวฉันมานะคะคุณโรซารี่" ซาลูน่าหันมาส่งยิ้มให้โรซารี่ก่อนที่จะตามยัยหัวแกะไปยังห้องครัว

     "วุ่นวายจังเลย เฮ้อ!" โรซารี่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

     "ไม่ต้องกังวลไปหรอกน่าโรซารี่ มากินช็อคโกแลตกันดีกว่า อร่อยมากเลยนะ" ทิวาพูดพลางเคี้ยวพลาง

     "เธอนี่ช่างห่างไกลจากความเป็นเลดี้จริง ๆ เลยนะยะ" นาซิสซ่าใช้พัดฟาดใส่หัวของทิวาจนทิวาสำลัก

     "แค่ก แค่ก นี่เธอทำอะไรน่ะยัยกิ้งก่า"

     "ก็แค่สอนให้เธอรู้ว่าการพูดในระหว่างที่อาหารยังอยู่เต็มปากส่งผลเสียอย่างไรแค่นั้นเองย่ะ" นาซิสซ่าซ่อนรอยยิ้มเยาะไว้หลังพัดของเธอ

     "มาต่อยกันหน่อยไหมยัยกิ้งก่า" ทิวาชูกำปั้นทั้งสองข้างขึ้นมา

     "อย่ามาว่าฉันนะยัยลิงกัง"

     "พอเลยทั้งสองคน เดี๋ยวโดนครูมารีหักคะแนนพฤติกรรมอีก" โรซารี่รีบปรามคู่กรณีโดยอ้างชื่อครูมารีซึ่งได้ผลเพราะทำให้ทั้งทิวาและ
นาซิสซ่าหน้าซีดลง

      "เอาอย่างนี้ดีกว่า วันนี้วันวาเลนไทน์ฉันมีของขวัญให้" โรซารี่หยิบกรอบรูปขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าสะพายของเธอ ภาพดอกกุหลาบสีแดงสวยสดใสวาดด้วยสีน้ำมันปรากฏต่อหน้าทุกคน

      "สวยจังเลยเจ้าค่ะ" ยูริชม

      "พึ่งวาดเสร็จเมื่อคืนนี้เองนะ ใครหาของแลกเปลี่ยนหรือเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมความรักให้ฉันได้ ฉันจะมอบภาพนี้ให้คนนั้น" โรซารี่ยื่นข้อเสนอ

      "ถ้างั้นเอาสำเนาจดหมายรักของพ่อฉันที่เขียนถึงแม่ฉันไปสิ ผู้ชายไทยสมัยก่อนจะแต่งเพลงยาวใส่จดหมายเพื่อส่งไปจีบสาวที่ตนเองชอบ พ่อฉันก็แต่งเพลงยาวจีบแม่ได้เก่งไม่แพ้ใครเชียวล่ะ"  ทิวายื่นสำเนาจดหมายให้โรซารี่ ในหัวของเธอนึกภาพแม่ไอริณทำท่าเขินอายเมื่ออ่านจดหมายรักจากพ่อศิลา

      "ทิวา เธอไม่ควรนำเรื่องส่วนตัวในครอบครัวมาแฉให้คนภายนอกฟังนะ" โรซารี่ตำหนิทิวาอย่างตรงไปตรงมาทำเอาทิวาหน้าเจื่อน

      "ถ้าอย่างนั้น ลองดูกลอนไฮกุภาคภาษาอังกฤษที่ไอกับยูริช่วยกันแต่งหน่อย" คริสโตเฟอร์ยื่นบทกลอนไฮกุที่อยู่ในแผ่นกระดาษแข็งสีชมพูแต่งลวดลายให้ดูเก๋ให้โรซารี่อ่าน

               Valentine's day

               captain C.L.O.C.K.

               buy a rose.

         
              (วันวาเลนไทน์

              กัปตัน C.L.O.C.K.

              ซื้อกุหลาบดอกหนึ่ง)   




     
     เมื่ออ่านเสร็จแล้ว โรซารี่ก็ส่งสายตาให้คริสโตเฟอร์ประมาณว่า 'นี่มันกลอนอะไรกันนี่?'

      "ช่างเถอะ ไอจะลองกลับไปแต่งใหม่ก็แล้วกัน"

      "ใครมีอะไรจะนำเสนออีกไหม?" โรซารี่ถาม

      "โอ้! แม่นางกุหลาบแสนงาม" ลีโอนาร์โด้ ดันเต้ นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโรซารี่ พร้อมกับจับมือขวาของโรซารี่ขึ้นจุมพิต (จูบ)  "ผิวพรรณของแม่นางช่างขาวนวลเสียจนหิมะยังต้องอาย ริมฝีปากของแม่นางก็แดงดั่งใบเมเปิ้ล ผมของแม่นางก็ชวนให้นึกน้ำทะเลสีฟ้าคราม ใบหน้าของแม่นางเล่าก็ช่างเลิศเลอยิ่งกว่าเทพธิดาองค์ใด มิพักต้องกล่าวว่า มิมีสตรีนางใดในโลกาจะสวยยิ่งไปกว่าแม่นางอีกแล้ว" พูดจบก็จุมพิตที่มือขวาของโรซารี่อีกครั้ง

       "เฮ้ ! เฮ้ ! ถ้าอเล็กเซมาเห็นล่ะก็คงสนุกน่าดู" พูดเสร็จคริสโตเฟอร์ก็ผิวปากดังวีดวิ้ว

       "คงพยายามเล่นบทคาสโนวาน่ะขอรับ" ฮอรัสอธิบาย

       "แม่นางช่างเป็นหญิงสมบูรณ์แบบ ทั้งสวย ทั้งฉลาด ทั้งมีความสามารถโดดเด่น แค่แรกเห็นข้าก็รู้สึกหลงรัก....  โอ๊ย!!" ดันเต้ร้องเสียงหลงเมื่อถูกนาซิสซ่าหยิกเข้าที่ใบหู

       "ไม่มีหญิงใดสวยกว่ายัยโรซารี่เหรอ แล้วตกลงฉันก็สวยสู้โรซารี่ไม่ได้สินะ" นาซิสซ่าเผยอยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

      "ผมไม่ได้หมายความอย่างที่พูดนะครับคุณนาซิสซ่า โอ๊ย!" ป้าบ! นาซิสซ่าใช้พัดฟาดเข้าที่หัวของดันเต้

      "ได้โปรดฟังผมก่อน" ป้าบ! ป้าบ!  "ไหนนายเคยบอกว่าฉันนั้นสวยที่สุดไง" ป้าบ! ป้าบ!

      ทุกคนมองดูดันเต้วิ่งหนีนาซิสซ่าที่กำลังใช้พัดฟาดเข้าใส่หัวของดันเต้อย่างไม่ยั้งมือ

      "นั่นคืออวสานของคาสโนว่าน่ะ" กียุลพูดให้บรรดาผองเพื่อนฟัง

      "อาโรซารี่ อั๊วกับฮอรัสขอนำเสนอผ้าเช็ดหน้าสองผืนนี้" เหมยฮัวชูผ้าเช็ดหน้าที่ตนกับฮอรัสช่วยกันปักด้านหนึ่งเป็นรูปของชายชราผมขาวเครายาวคนหนึ่งกำลังถือด้ายสีแดงอยู่ในมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างถือไม้เท้า สะพายย่าม

      "นี่คือเฒ่าจันทราผู้ทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อชักนำให้ชายหญิงรักกัน โดยท่านจะนำด้ายแดงผูกไว้ที่นิ้วของชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กันน่อ"

      เหมยฮัวพลิกหยิบผ้าเช็ดหน้าอีกผืนหนึ่งขึ้นมาให้โรซารี่ดู ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นปักเป็นรูปเทพีไอซิสกับเทพโอซิริส

     โรซารี่ดูผ้าเช็ดหน้าอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมาก็ได้เห็นเหมยฮัวอยู่ในชุดเทพีไอซิส และฮอรัสอยู่ในชุดของเทพโอซิริส

    "พร้อมรับชมตำนานรักของอียิปต์กันหรือยังน่อ"

   "ห๊ะ!" โรซารี่ร้อง


โปรดติดตามตอนต่อไป


  อ้างอิง
   

  ๑) ดูเรื่องของคาสโนว่าได้ที่ 

“คาสโนว่า” ตำนานพ่อนักรักระดับโลก http://atcloud.com/stories/93081


  และ http://en.wikipedia.org/wiki/Giacomo_Casanova

  ๒) อ่านเรื่องของเฒ่าจันทราได้ที่  

"เฒ่าจันทรา ... ตำนานด้ายแดงแห่งความรัก"

 http://www.thongkasem.com/knowledge.php?kid=48