วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ลา ฟลอร่า ชุดศิลปะแห่งวัดวาอารามและมารยาทชาวพุทธ : ขอบเขตของเนื้อหาและข้อพึงระวัง


               มีเรื่องที่จะต้องปรับความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อนที่จะจัดทำหนังสือการ์ตูน ลา ฟลอร่า ชุดศิลปะแห่งวัดวาอารามและมารยาทชาวพุทธ กล่าวคือ เรื่องขอบเขตของเนื้อหาที่จะนำเสนอในการ์ตูนชุดนี้ และข้อที่พึงระมัดระวัง

               ขอบเขตเนื้อหาในการ์ตูน

                   ในส่วนของศิลปะแห่งวัดวาอาราม

              ๑) การนำเสนอเรื่องราวในการ์ตูนชุดนี้เน้นการนำเสนอเรื่องราวของศิลปะที่ปรากฏอยู่ในเขตของวัดวาอารามในพระพุทธศาสนา ทั้งพระอุโบสถ พระวิหาร พระพุทธรูป ศาลาการเปรียญ เจดีย์ พระปรางค์ สถูป ใบเสมา ฯลฯ ว่ามีรูปแบบอย่างไร สื่อความหมายถึงสิ่งใด  ทำไมถึงใช้ศิลปะรูปแบบนี้

              ๒) ในส่วนของวัดวาอารามที่นำเสนอนั้น ควรนำเสนอในส่วนของวัดวาอารามที่มีศิลปะที่สวยงาม ทั้งวัดหลวงและวัดราษฎร์ ในกรณีที่เนื้อหาในหนังสือมีทั้งวัดหลวงและวัดราษฎร์ ควรให้ความสำคัญและนำเสนอวัดหลวงก่อนแล้วค่อยนำเสนอในส่วนของวัดราษฎร์  ในกรณีที่เนื้อหาในหนังสือมีแต่วัดหลวงควรนำเสนอเนื้อหาของพระอารามหลวงที่มีลำดับชั้นสูงกว่า หรือวัดที่มีความสำคัญกว่าก่อน เว้นเสียแต่ว่า เนื้อหาในหนังสือเป็นกรณีที่จะต้องนำเสนอในส่วนของวัดที่มีลำดับชั้นล่างก่อนหรือวัดที่มีความสำคัญน้อยกว่า ก่อน ก็ให้นำเสนอตามนั้น

             ๓) การนำเสนอเนื้อหาตามรูปแบบแห่งศิลปะ และตามเขตพื้นที่ ควรนำเสนอเรื่องราวของวัดในกรุงเทพฯ ก่อน แล้วค่อยนำเสนอเรื่องราวของวัดในต่างจังหวัด (และถ้าเป็นไปได้ คือ วัดวาอารามของต่างประเทศ)  ในส่วนของศิลปะนั้น นำเสนอในส่วนที่เป็นศิลปะไทยก่อนแล้วค่อยนำเสนอในส่วนศิลปะของต่างประเทศที่ปรากฏอยู่ในวัดไทย

                 ในส่วนของมารยาทชาวพุทธ

             ๑) นำเสนอเฉพาะในส่วนของมารยาทของชาวพุทธ ข้อพึงปฏิบัติของชาวพุทธ รวมถึงหลักธรรมเบื้องต้นบางข้อเท่านั้น ไม่ได้นำเสนอในส่วนของการปฏิบัติธรรม หรือหลักธรรมขั้นสูงหรือแม้แต่ขั้นกลาง

             ๒) นำเสนอเรียงตามลำดับ เริ่มตั้งแต่การไหว้พระ สวดมนต์ การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ การปฏิบัติตัวให้ถูกต้องและสุภาพเรียบร้อยเมื่ออยู่ในเขตวัดวาอารามและเมื่ออยู่ต่อหน้าพระภิกษุสงฆ์ สามเณร การใช้สมณศัพท์ได้อย่างถูกต้อง การตักบาตร ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม การนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ในพิธีมงคลและพิธีอวมงคล การจัดโต๊ะหมู่บูชา การกรวดน้ำ การสรงน้ำพระ การถวายผ้าป่า กฐิน  พิธีบวชเณร อุปสมบท และพิธีท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา

                ข้อพึงระวัง มีเนื้อหาที่ไม่ควรนำเสนอในการ์ตูนชุดนี้ อยู่บางประการ

              ๑) ไม่ควรนำเสนอเรื่องของวัดวาอารามที่มีข้อครหาว่ามีพระสงฆ์สอนธรรมผิดเพี้ยน

              ๒) ไม่ควรนำเสนอเรื่องของการปฏิบัติธรรม หรือหลักธรรมขั้นสูงหรือแม้แต่ขั้นกลาง เพราะไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการ์ตูนชุดนี้ และถ้านำเสนอผิด จะกลายเป็นการปลูกฝังสิ่งที่ผิดลงไปให้แก่เยาวชน และจะถูกครหานินทา หรืออาจจะถูกประณามได้
              
              ๓) ไม่ควรเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระเครื่อง หรือการกระทำอันเป็นพุทธพาณิชย์ หรือเรื่องของพระภิกษุสงฆ์ที่ปฏิบัติตนไม่ถูกต้อง อันจะทำให้ผู้อ่านเกิดความเศร้าหมองได้

              ๔) ไม่ควรนำเสนอเนื้อหาในแนวตลกโปกฮา เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระศาสนาอันเป็นสถาบันหลักของประเทศไทย


       ข้อที่ผมนำเสนอเหล่านี้ คือ เรื่องที่ขอฝากทางทีมงานของสำนักพิมพ์ EQ plus พิจารณาเพื่อให้เข้าใจตรงกัน และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาในการจัดทำหนังสือการ์ตูนชุดนี้ครับ

                                                                                                                   นาย วสุ สรรกำเนิด













                

วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2556

ลา ฟลอร่า ชุดศิลปะแห่งวัดวาอารามและมารยาทชาวพุทธ (คำถามที่น่าสนใจ)

 

         วิถีชีวิตของคนไทยนั้นสัมพันธ์กับศาสนาพุทธซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติไทย  เรามีขนบธรรมเนียม
 
ประเพณีตลอดจนพิธีกรรมต่าง ๆ มากมายในทางพระพุทธศาสนา เรามีวัดวาอารามที่มีศิลปะที่แสนจะ
 
งดงามตระการตา  มีพระภิกษุ และสามเณร ตลอดจนอุบาสก อุบาสิกา ที่สืบทอดพระพุทธศาสนา  แต่ว่า
 
เรารู้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มากน้อยแค่ไหนกัน
 
         -เราเคยสงสัยไหมว่าศิลปะที่ปรากฏอยู่ตามวัดวาอารามต่าง ๆ นั้น สื่อความหมายถึงสิ่งใด
 
และมีศิลปะของชนชาติใดอยู่ในวัดวาอารามบ้าง ?
 
         -เรารู้หรือไม่ว่าพระอุโบสถ และพระวิหารต่างกันอย่างไร ใบเสมาคืออะไร  เขตพุทธาวาส
 
เขตสังฆาวาสแบ่งกันอย่างไร ?
 
         -พระพุทธรูปนั้นมีความสำคัญอย่างไร มีพุทธศิลป์กี่รูปแบบ ?
 
         -ในพระอุโบสถหรือพระวิหารนั้น มีเพียงภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปพระพุทธเจ้าแทนพระประธานได้
 
หรือไม่ ?
 
         -วัดวาอาราม (ในทางพระพุทธศาสนา) ของประเทศอื่นนั้น มีส่วนที่เหมือนหรือส่วนที่แตกต่าง
 
จากวัดวาอารามของไทยอย่างไร ?
 
        -พิธีกรรมของชาวพุทธมีอะไรบ้าง มีที่มาอย่างไร ประเพณีของท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับศาสนาพุทธ
 
มีอะไรบ้าง ?
 
       -พระภิกษุ สามเณรนั้นต่างกันอย่างไร ?
   
       -ภาษาที่ใช้กับพระภิกษุสามเณรนั้นเหมือนกับหรือต่างจากภาษาที่ใช้กับคนทั่วไปอย่างไร ?
 
       -การไหว้พระ การตักบาตร การถวายอาหารแด่พระภิกษุนั้นทำอย่างไรจึงจะถูกต้องตามพระวินัยและ
 
ประเพณี ?
 
       -แม่ชีมีที่มาอย่างไร แล้วบทบาทของแม่ชี กับอุบาสก อุบาสิกา ต่อพระพุทธศาสนานั้นเป็นอย่างไร ? 
 
 
                                ฯลฯ
 
       คำถามเหล่านี้นับเป็นเรื่องสำคัญที่ชาวพุทธควรจะต้องหาคำตอบ ผมมีความคิดเห็นว่าเมื่อทาง
 
สำนักพิมพ์ EQ plus มีความมุ่งมั่นในการจัดทำการ์ตูนเสริมความรู้ชุดลา ฟลอร่า เพื่อเผยแพร่ความรู้
 
ในด้านศิลปะและวัฒนธรรมแล้ว ก็ไม่ควรจะพลาดโอกาสในการตอบคำถามเหล่านี้ในการ์ตูนชุด
 
"ลา ฟลอร่า ศิลปะแห่งวัดวาอารามและมารยาทชาวพุทธ" ครับ
 
                                                                                                          นาย วสุ สรรกำเนิด
 
 
 
 
 
 
        

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2556

เพิ่มเติมลา ฟลอร่า ชุดศิลปะแห่งวัดวาอารามและมารยาทชาวพุทธ

  เรียน  คณะผู้บริหารสำนักพิมพ์ EQ plus และผู้จัดทำหนังสือการ์ตูนชุด ลา ฟลอร่า

               ผมชื่อ นาย วสุ สรรกำเนิด ทำงานอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่ผมได้โทรศัพท์ไปหาทางสำนักพิมพ์และได้ลงบทความในบล็อกเพื่อนำเสนอให้ทางสำนักพิมพ์ได้จัดทำหนังสือการ์ตูนชุดลา ฟลอร่า ชุดศิลปะวัดไทยไปนั้น ผมขอชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้
 
              ประการแรก แนวคิดของผมในการนำเสนอให้จัดทำหนังสือการ์ตูนชุดนี้ขึ้นมานั้น ก็เนื่องจากผมต้องการให้มีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับวัดวาอารามทางพระพุทธศาสนา และมารยาทของชาวพุทธ ในรูปแบบที่เด็กและเยาวชนสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้อย่างง่ายดาย ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือนำเสนอในรูปแบบของการ์ตูน โดยที่การ์ตูนชุด ลา ฟลอร่า เป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมแพร่หลายจนถึงกับมีสำนักพิมพ์ของต่างประเทศมาขอซื้อลิขสิทธิ์ไปจัดพิมพ์เป็นภาษาต่างประเทศแล้ว ประกอบกับเนื้อหาของการ์ตูนชุดนี้ก็ได้นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมเป็นหลัก ทั้งยังมีภาพประกอบที่สวยงามอีกด้วย จึงเป็นการเหมาะสมที่จะใช้การ์ตูนชุดนี้ในการนำเสนอเรื่องราวดังกล่าว
 
             ประการที่สอง ในฐานะที่วัดวาอารามเป็นศาสนสถานที่แสดงออกถึงศิลปะและการช่างของไทย  ถือเป็นมรดกตกทอดทางภูมิปัญญาที่สำคัญของบรรพบุรุษ จึงควรเผยแพร่ให้ชนรุ่นใหม่ ชนรุ่นหลังและชนต่างชาติได้รู้จักสิ่งเหล่านี้ เพื่อจะได้เกิดความตระหนักในการอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาของบรรพชนต่อไป อันเป็นการรักษาศิลปวัฒนธรรมประจำชาติได้เป็นอย่างดี
 
              ประการที่สาม ในฐานะที่เป็นชาวพุทธคนหนึ่ง ผมอยากทำสิ่งที่ดีตอบแทนประเทศชาติ
พระศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักของสังคมไทย และวิธีหนึ่งก็คือการเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับวัดวาอารามและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวพุทธซึ่งผูกโยงกับวิถีชีวิตของชาวไทยและของสถาบันหลักของชาติไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน

จึงเป็นที่มาของการ์ตูนชุดนี้

การนำเสนอ เนื้อหา

      เนื้อหาจะเป็นเรื่องราวของศิลปะประจำวัดวาอารามทางพระพุทธศาสนาและมารยาทของชาวพุทธ โดยเน้นที่วัดวาอารามในประเทศไทยเป็นหลัก แล้วค่อยนำเสนอเรื่องราวของวัดวาอารามของต่างประเทศ  ทั้งนี้ การนำเสนอเนื้อหาในแต่ละเล่ม ควรจะมีองค์ประกอบดังนี้
 
         ๑)  ภาพปกหน้าและปกหลัง เป็นภาพวาดวัดวาอารามที่นำเสนอในเรื่อง (อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวัดวาอารามต่าง ๆ มีอยู่เป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะคัดเลือกมานำเสนอเฉพาะวัดวาอารามที่สำคัญก็ไม่สามารถนำเสนอได้ทั้งหมดอยู่ดี ดังนั้น เพื่อให้สามารถนำเสนอวัดวาอารามได้มากขึ้น จึงน่าจะหาภาพของวัดอื่นที่ไม่ได้อยู่ในการนำเสนอมาเป็นภาพปกหน้า ปกหลัง หากวัดดังกล่าวมีรูปแบบศิลปะแบบเดียวกันกับวัดที่นำเสนอ และอาจจะตั้งเป็นคำถามท้ายเล่มหรือในแม็กกาซีนที่แถมมากับหนังสือเล่มนั้นว่าภาพที่นำมาลงนี้ คือ ภาพสถานที่ใดของวัดใด)
 
          ๒)  ภาพหน้าแรกของแต่ละบท เป็นภาพถ่ายวัดวาอารามที่จะนำเสนอในบทนั้น ๆ (อาจจะได้มาจากการให้ผู้อ่านหรือเด็ก ๆ ที่ติดตามการ์ตูนชุดนี้ ส่งภาพถ่ายเข้ามาประกวดเพื่อคัดเลือกนำมาลงก็ได้ (ประกาศรายชื่อภาพของผู้ที่ได้รับการคัดเลือกไว้ท้ายเล่มหรือในแมกกาซีนที่แถมมาให้)
แต่ภาพดังกล่าวต้องเป็นส่วนที่แสดงออกถึงความงดงามและองค์ประกอบที่สำคัญของวัดนั้น)
 
          ๓) เนื้อหา/การดำเนินเรื่องในแต่ละบท
 
              ตัวละคร  ศิลา/อาทิตย์ ไม้งาม ไปเที่ยววัดวาอารามต่าง ๆ ได้ถ่ายภาพกลับมา และเขียนเล่าเรื่องให้กับทิวาผ่านทาง blog
 
              โดยเนื้อหาและภาพที่ปรากฏในแต่ละบทจะประกอบด้วยภาพของโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ เจดีย์ พระปรางค์ กุฏิ พระพุทธรูป มณฑป จิตรกรรมฝาผนัง ภาพของประเพณี ศาสนพิธี การปฏิบัติตัวอย่างไรที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องในบริเวณวัดวาอาราม
           
 เนื้อหาท้ายบท เป็นภาพแผนผังของวัดนั้น พร้อมคำอธิบายประกอบ ภาพถ่าย

หรือ อธิบายเรื่องของประเพณีสำคัญทางพระพุทธศาสนา ศาสนพิธี มารยาท และการปฏิบัติตนที่ถูกต้องของชาวพุทธ เช่น การกราบไหว้ การตักบาตร การตั้งโต๊ะหมู่บูชา การนิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ การทอดกฐิน ทอดผ้าป่า การถวายภัตตาหาร ฯลฯ หรืออาจจะกันบทสุดท้ายของแต่ละเล่มไว้กล่าวถึงเรื่องของประเพณี ศาสนพิธี มารยาทชาวพุทธ ไว้โดยเฉพาะแยกต่างหากเลยก็ได้

            ๔) เนื้อหาท้ายเล่ม เปิดโอกาสให้ผู้อ่าน เด็ก และเยาวชนมีส่วนร่วมในการนำเสนอภาพถ่ายและเรื่องราวของวัดวาอาราม หรือประเพณีชาวพุทธในท้องถิ่นที่ตนอาศัยอยู่

          ๕) แม็กกาซีนที่แถมมาพร้อมกับหนังสือแต่ละเล่ม ควรมีคำถามเกี่ยวกับเนื้อหาภายในเล่ม ถามแบบอัตนัย หรือจะถามคำถามอื่นที่ไม่มีคำตอบอยู่ในเล่มก็ได้ (ผู้ตอบต้องไปค้นหาคำตอบเอาเอง เป็นการฝึกการค้นคว้าหาข้อมูลไปด้วย)


ข้อพึงระวัง คือ ควรจะนำเสนอเนื้อเรื่องโดยลดความตลกโปกฮาลงบ้าง เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนา และประเพณีปฏิบัติอันดีงาม


การ์ตูนเล่มแรก

หนังสือการ์ตูนเล่มแรกของหนังสือการ์ตูนชุดนี้ จะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดและเปิดประเด็นไปสู่การนำเสนอเนื้อหาในเล่มต่อ ๆ ไป โดยเนื้อหาของการ์ตูนเล่มแรกนี้จะเกี่ยวกับวัดที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยสี่วัด คือ วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวรารามฯ) และวัดสุทัศน์ ซึ่งทั้งสี่วัดเป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่โต มีสถาปัตยกรรมต่าง ๆ มากมาย จึงต้องคัดเลือกเฉพาะบางเรื่อง บางสถานที่มาไว้ในเล่ม เพราะไม่สามารถนำมาลงได้หมด ที่เหลือคงต้องทำเป็นแผนผังไว้ท้ายบท ขอนำเสนอรูปแบบของการ์ตูนเล่มแรก ดังต่อไปนี้

ตัวอย่าง

     การ์ตูนลา ฟลอร่า ศิลปะแห่งวัดวาอารามและมารยาทชาวพุทธ เล่ม ๑

ชื่อเล่ม ตอนที่ ๑ งดงามตระการตาพระอารามหลวง

ปกหน้า ภาพวาดวัดพระแก้ว

หัวข้อที่หน้าปก
  • วัดพระแก้ว รัตนะแห่งแผ่นดินไทย
  • รู้ไหมว่ายักษ์วัดโพธิ์อยู่ที่ไหน หน้าตาเป็นอย่างไร
  • ชมพระอุโบสถที่ยาวที่สุดในประเทศไทยที่วัดสุทัศน์ฯ
  • การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์นั้นทำอย่างไร

ปกหลัง ภาพวาดพระมหาเจดีย์สี่รัชกาล หรือพระพุทธไสยาสน์ เป็นต้น 

ทิวาเปิดอินเตอร์เน็ตตรวจดูอีเมล์ เห็นว่าพ่อของตนส่งภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับการไปเที่ยววัดในวันหยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์

บทที่ ๑  วัดพระแก้ว วัดที่งดงามที่สุดในประเทศไทย

            ดำเนินเนื้อเรื่อง ศิลาเข้าไปถ่ายภาพในส่วนต่าง ๆ ของวัดพระแก้ว เข้าไปกราบไหว้พระแก้วมรกต
            ท้ายบท แผนผังวัด ภาพประกอบ

บทที่ ๒ โอ้ วัดโพธิ์ เป็นวัดกษัตริย์สร้าง

                ดำเนินเรื่อง   ภาพต่าง ๆ ภายในวัด พระมหาเจดีย์สี่รัชกาล รูปฤาษีดัดตน วิหารพระพุทธไสยาส
แผ่นจารึกวัดโพธิ์ ฯลฯ

                 ท้ายบท แผนผังวัด ภาพประกอบ

บทที่ ๓ พระปรางค์วัดอรุณ กับยักษ์วัดแจ้ง
            
                  ดำเนินเรื่อง ภาพต่าง ๆ ภายในวัด พระปรางค์ พระอุโบสถ พระวิหาร ฯลฯ

                  ท้ายบท แผนผังวัด ภาพประกอบ

บทที่ ๔ วัดสุทัศน์ฯ น่าทัศนา

                ดำเนินเรื่อง ภาพต่าง ๆ ภายในวัด พระอุโบสถ พระวิหาร จิตรกรรมฝาผนัง

                ท้ายบท แผนผังวัด ภาพประกอบ

บทที่ ๕ องค์ประกอบของวัดวาอารามไทยและมารยาทชาวพุทธ

                ดำเนินเรื่ององค์ประกอบของวัด กว่าจะมาเป็นวัด การกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ ข้อควรปฏิบัติและไม่ควรปฏิบัติเมื่ออยู่ในวัด

                ท้ายบท อธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวัดและสำนักสงฆ์

ท้ายเล่ม นำเสนอประเพณีและศาสนพิธีที่สำคัญที่จัดขึ้นที่พระอารามหลวงทั้งสี่แห่งข้างต้น


คำถามในแมกกาซีน  รู้ไหมว่า พระอุโบสถและพระวิหารต่างกันอย่างไร ?

                                  พระอารามหลวงมีกี่ประเภท ตอบได้ไหม?

                                  อธิบายสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่ออยู่ในวัด


                                 
ส่งท้าย

ทั้งหมดที่นำเสนอมานี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การจัดทำการ์ตูนชุดนี้ (หากทางทีมงานเห็นสมควร) ต่อไป เสนอมาเพื่อให้พิจารณาครับ

                                                                                                  จาก นาย วสุ  สรรกำเนิด


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   

       




         



            




            
             

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ลา ฟลอร่า ชุด ศิลปะวัดและพุทธสถาน



ความเป็นมา : วัดวาอารามและพุทธสถานเป็นสถานที่ซึ่งแสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมประจำชาตินั้น ๆ
ผ่านทางงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม ซึ่งนอกจากจะมีความงดงามแล้ว ยังได้แฝง
คติธรรมทางพระพุทธศาสนาเอาไว้ด้วย การได้รู้จักงานศิลปะเหล่านี้จะทำให้เกิดความเข้าใจและภูมิใจในความเป็นชาติที่มีวัฒนธรรม และได้เห็นคุณค่าของงานศิลปะที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้นี้
 
อนึ่ง วัดวาอารามเป็นศาสนสถานซึ่งผู้ที่เข้าไปในสถานที่ดังกล่าวควรจะได้แสดงออกถึงซึ่งความเคารพต่อสถานที่ จึงควรที่จะได้เรียนรู้ถึงมารยาทและข้อควรปฏิบัติและข้อควรงดเว้นเวลาที่เข้าไปในเขต
พุทธสถานต่าง ๆ รวมทั้งมารยาทและการปฏิบัติต่อพระภิกษุ สามเณร และแม่ชีด้วย


เหตุผลที่เลือกใช้การ์ตูนชุดลา ฟลอร่า : มีเหตุผลดังต่อไปนี้

๑) การ์ตูนเรื่องนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปะและวัฒนธรรมประจำชาติต่าง ๆ ซึ่งก็ตรงกับเนื้อหาของการ์ตูนชุดนี้ที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวของศิลปะและมารยาทของชาวพุทธอยู่แล้ว ทั้งภาพการ์ตูนยังก็สวยงาม

๒) การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับความนิยมมากถึงขนาดได้ไปตีพิมพ์ถึงต่างประเทศ ตัวละครในเรื่องก็มีอยู่มากแล้ว หากได้จัดทำแล้วจะเข้าถึงกลุ่มผู้อ่านได้มากและรวดเร็วกว่าการจัดทำการ์ตูนชุดใหม่

๓) เหตุที่ต้องทำเป็นการ์ตูนเพราะต้องการให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะของ
วัดวาอารามทางพระพุทธศาสนาและมารยาทชาวพุทธ ซึ่งจะทำให้เด็ก (และผู้ใหญ่) ซึมซับความรู้ได้ง่าย และยังจะเป็นการกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนหันมาสนใจเข้าวัดมากขึ้น



เนื้อหาในเรื่อง :

วัดวาอารามที่สำคัญทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยเน้นในเรื่องของศิลปะ พุทธศิลป์ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง มารยาทชาวพุทธ ข้อควรปฏิบัติและข้อพึงงดเว้นในการปฏิบัติต่อพระภิกษุ สามเณร และะแม่ชี มีการกราบไหว้ เป็นต้น



เนื้อหานั้นควรเริ่มต้นจากศิลปะของพระอารามหลวงที่สำคัญในประเทศไทยก่อน เรียงตามลำดับดังนี้

เล่มที่ ๑ วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดแจ้ง วัดสุทัศน์

เล่มที่ ๒ ว่าด้วยเรื่องของศิลปะจีนในวัด ศิลปะแบบพระราชนิยม วัดจีนในเมืองไทย

เล่มที่ ๓ ว่าด้วยเรื่องศิลปะแบบตะวันตกในวัดไทย

ส่วนเล่มต่อจากนั้นจะว่าด้วยเรื่องของวัดที่มีศิลปะแบบมอญ ศิลปะล้านนา ศิลปะอีสาน ศิลปะเมืองน่าน ศิลปะปักษ์ใต้ ศิลปะเมืองเพชรบุรี ศิลปะสุโขทัย ศิลปะลพบุรี เป็นต้น

หากกล่าวถึงวัดพุทธของต่างประเทศก็จะมีวัดพุทธในอินโดนีเซีย วัดพุทธในจีน ญีปุ่น เกาหลี เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูชา ศรีลังกา ทิเบต ภูฏาน อินเดีย หรือกล่าวถึงวัดไทยในต่างประเทศก็ได้

โดยเนื้อหาของแต่ละเล่มน่าจะกันส่วนท้ายเล่มให้โอกาสผู้อ่านและน้อง ๆ ทางบ้านได้ส่งเรื่องของวัดในชุมชนของตน (พร้อมประเพณีท้องถิ่น หากมี) มา  และคณะผู้จัดทำก็คัดเลือกบางวัดมาลงให้

การดำเนินเรื่อง :

หากเป็นเรื่องของวัดในประเทศไทย อาจจะเริ่มเรื่องจากการที่ศิลา (พ่อของนางเอก) หรืออาทิตย์ (ลูกพี่ลูกน้องของนางเอก) เป็นผู้ดำเนินเรื่อง โดยตัวละครได้ใช้เวลาว่างในวันหยุดไปเที่ยววัดวาอาราม หลังจากกลับมาแล้วได้เขียน blog แจ้งข่าวให้ตัวนางเอกทราบ พร้อมลงรูปประกอบด้วย

หากเป็นเรื่องวัดในต่างประเทศ อาจจะเริ่มเรื่องจากการที่ทางโรงเรียนลา ฟลอร่า หรือโรงเรียนเจ้าชายโนอาห์ ได้พานักเรียนไปทัศนศึกษาวัดวาอารามในประเทศต่าง ๆ ก็ได้ ในการนี้ ในส่วนของตัวละครยังขาดตัวละครของประเทศภูฏาน ทิเบต และศรีลังกาอยู่

การหาข้อมูลและภาพถ่าย :

ควรหาข้อมูลจากทั้งทางหนังสือ เว็บไซต์ต่าง ๆ รวมทั้งติดต่อสอบถามข้อมูลจากทางวัด หรือจากทางองค์กรสงฆ์  มมร. มจร. มหาเถรสมาคม เป็นต้น

ส่วนภาพถ่ายนั้น หากทางทีมงานไม่ไปถ่ายมาจากที่วัดก็สามารถเปิดโอกาสให้ทางเด็กและผู้ปกครองที่เป็นแฟนคลับติดตามผลงานอยู่แล้วสามารถส่งภาพถ่ายมาให้แก่ทางทีมงานได้


ทั้งนี้ หากทางองค์กรสงฆ์และทางทีมงาน EQ plus เห็นสมควรจัดทำการ์ตูนชุดนี้ ก็ขอให้ร่วมมือกันดำเนินการด้วย เพื่อประโยชน์แห่งพระพุทธศาสนาและมหาชนชาวไทยต่อไปด้วยครับ

วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

ส.ค.ส. ปีใหม่ เพื่อชีวีที่สดใส

  เรียน ท่านผู้อ่านบทความที่เคารพ  

           เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ผมมีคำแนะนำดี ๆ มาให้ท่านผู้อ่านลองปฏิบัติตาม เพื่อให้ชีวิตของท่านดีขึ้น และเพื่อจรรโลงสังคมที่ท่านอยู่อาศัยให้น่าอยู่ขึ้น

Dear  Readers

          Season Greetings in year 2013, for the better of your life and your society, I would like to recommend you to follow these dos and don'ts .


  ๑)  จงเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ และหัดให้อภัยในความผิดพลาดของผู้อื่น
       
         Be giver than receiver and forgive the others when they made mistake.

  ๒)  ไม่ประกอบอาชญากรรมทุกชนิด ไม่ล่วงละเมิดกฎหมายและไม่ล่วงละเมิดสิทธิของผู้ใด

         Do not commit crimes. Do not violate laws or other's rights.

  ๓)  ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเมตตากรุณาและด้วยความเคารพ

        Treat others with kind and respect.

  ๔)  จงเป็นผู้ยึดมั่นในความถูกต้องและเป็นคนยุติธรรม ไม่ตัดสินคนอื่นด้วยอคติ

         Be justice and righteous person, don't judge other people by bias.

  ๕)  ระวังวาจาของท่านไว้ พูดแต่ความจริงด้วยถ้อยคำที่สุภาพ ไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามหรือยั่วยุผู้อื่น

         Beware of your speech, speaks only truth and polite words. Do not insult or provoke anyone.

  ๖)  ประกอบอาชีพที่สุจริต ไม่ค้าขายมนุษย์ ไม่ค้าขายสัตว์เพื่อนำไปฆ่า ไม่ค้าขายอาวุธ ไม่ค้าขายยาพิษ ไม่ค้ายาเสพติดหรือเครื่องดองของเมา

         Do not sell human , do not sell animal to send them to die, do not sell weapons, do not sell poison, drugs or alcolholic beverages.

  ๗)  รักษาวินัยอย่างเคร่งครัด จัดการงานให้เสร็จเรียบร้อย

        You should be disciplined and finish all of your work.

  ๘)  อย่าอิจฉาริษยาเมื่อผู้อื่นได้ดีในหน้าที่การงาน

         Do not envy when others got promoted.

  ๙)  ไม่กระทำการอันทุจริต จงจำไว้ว่าความซื่อสัตย์นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

         Do not corrupt, remember that honesty is the best policy.

๑๐)  ไม่เสพยาเสพติดทุกประเภท และไม่ดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

         Do not consume drugs or alcoholic beverage.

๑๑)  อดทนต่อสิ่งยั่วยุทั้งหลาย ไม่โกรธง่าย

         Be patient, do not easily anger.

๑๒) มองโลกในแง่ดี และมองหาคุณความดีของบุคคลอื่น

        Be optimistic and seek for goodness of other people.

๑๓) เลี้ยงดูบิดามารดาและเอาใจใส่ต่อครอบครัวของคุณให้ดี

        Take care of your parent and your family.

๑๔) จงอย่าทำร้ายสัตว์หรือทำลายสิ่งแวดล้อม

        Do not harm animal or environment.

๑๕) จงรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามเอาไว้

        You should preserve your good traditions.



หวังว่าทั้ง ๑๕ ข้อนี้คงไม่ยากเกินไปนะครับ หากทำได้ท่าน ท่านก็จะพบความสุขความเจริญแน่นอน

                                                                                                             สวัสดีปีใหม่ครับ


 I hope you could follow these dos and don'ts. If you can, believe me, you will be happy everyday.

                                                                                                               Happy New Year

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ว่าด้วยเรื่องวันสิ้นโลก

    และแล้ววันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๐๑๒ ก็ผ่านพ้นไปโดยไม่มีเหตุร้ายอันใดเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ คนที่กังวลหรือเชื่อในเรื่องวันที่โลกจะแตกหรือวันสิ้นโลกก็คงคลายความกังวลลงไปได้มาก ส่วนคนที่ไม่เชื่ออย่างผมก็คงไม่ได้วิตกกังวลมากแต่อย่างใด คงใช้ชีวิตไปอย่างสบาย ๆ แม้ว่างานจะเยอะก็ตาม
 
  เรื่องวันสิ้นโลกนี้ก็มีพูดกันมานานมากแล้ว อย่างน้อยในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ลงข่าวเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นปีแล้ว และหนังสือที่กล่าวถึงเรื่องนี้บ่อยที่ผมอ่านอยู่ก็คือ นิตยสารต่วย ตูน พิเศษ นั่นเอง
 
ว่าถึงเรื่องวันสิ้นโลกแล้วก็มีข้อน่าคิดอยู่หลายประเด็นที่ผมอยากกล่าวถึงนะครับ
 
ประเด็นแรก การสิ้นโลกหากเกิดขึ้นจริงแล้วล่ะก็ ก็จักต้องเป็นภัยพิบัติที่รุนแรงมากเลยทีเดียวที่สามารถทำให้โลกซึ่งเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยจักรวาลต้องถึงคราวแตกดับลงไป ทั้งนี้ เพราะภัยพิบัติจำนวนมากที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้เท่าที่มีการบันทึกกันมานั้น มีอยู่หลายกรณีที่มีความรุนแรง คร่าชีวิตผู้คนไปเป็นจำนวนนับหมื่นนับแสนหรือนับล้านคน ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติจากธรรมชาติอย่างภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว สึนามิ พายุ น้ำท่วมใหญ่  หรือภัยพิบัติที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์อย่างภัยก่อการร้าย ภัยสงคราม เป็นต้น แต่ภัยพิบัติเหล่านั้นก็ยังไม่สามารถทำให้โลกถึงคราวพินาศย่อยยับลงไปได้ (แต่ก็ทำให้สภาพแวดล้อมของโลกย่ำแย่ลงไปมาก) และมนุษย์ชาติเองก็หาทางเอาตัวรอดจากภัยพิบัติเหล่านั้นมาได้ 
 
แต่ถัาเป็นกรณีการสิ้นโลกแล้วล่ะก็ทั้งคนและสิ่งมีชีวิตทุกประเภทไม่มีทางรอดหรอกครับ เนื่องจากไม่มีดาวที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับสิ่งมีชีวิตสำหรับอยู่อาศัยอีกต่อไป
 
 
ประเด็นที่สอง การที่คนซึ่งเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกเกิดอาการตื่นกลัวนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกครับ เพราะทุกคนบนโลกก็ล้วนแต่กลัวการบาดเจ็บล้มตายกันทั้งนั้น แต่หากมัวแต่หวาดกลัวหรือวิตกกังวลกันมากเกินไปจนไม่ทำอะไรเลย หรือมัวแต่อ้อนวอนร้องขอต่อภูติผีและทวยเทพให้ช่วยเหลือ ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด ควรที่จะเตรียมตัวรับมือให้พร้อมสำหรับภัยพิบัติต่าง ๆ มากกว่า เนื่องจากมนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตพวกหนึ่งที่ไม่ยอมตายง่าย ๆ ดังนั้น ในภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับภัยพิบัติหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่อง 2012 นั้น  ตัวละครในเรื่องจึงหาทางดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้รอดพ้นจากภัยพิบัติ และในที่สุดก็สามารถรอดชีวิตมาได้ด้วย
ในทางตรงกันข้ามยังมีตัวละครในเรื่องที่ยอมรับความตายอย่างสงบโดยไม่คร่ำครวญแต่อย่างใดเลย
 
ฉะนั้น หากเกิดเหตุภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นจริงแล้วก็เราก็ควรเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง ว่าจะเอาอย่าง
ตัวเอกของเรื่องที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาหรือไม่ก็ตัวละครที่ยอมรับชะตากรรมความตายอย่างสงบ มากกว่าที่จะมาร้องไห้คร่ำครวญนะครับ
 
ประเด็นที่สาม เป็นเรื่องเกี่ยวกับคำทำนายและชนเผ่าที่เป็นผู้ทำนายเหตุการณ์  ในประเด็นนี้นั้น ผมพบว่าการที่มีคำทำนายเรื่องของวันสิ้นโลกออกมาดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องของการตีความปฏิทินและจารึกของชาวมายาเท่านั้น ซึ่งการตีความดังกล่าวอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ (ซึ่งก็ปรากฏออกมาแล้วว่าไม่ถูกต้อง) ผู้ที่ทำปฏิทินหรือจารึกนั้นจะได้กล่าวถึงอวสานแห่งโลกหรือไม่นั้นเราไม่อาจทราบได้เลย เมื่อเรายังไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้ทำปฏิทินหรือจารึกได้กล่าวคำทำนายอันใดไว้หรือไม่ เราจะไปตื่นกลัวทำไมกับเรื่องวันสิ้นโลกครับ นี่เป็นข้อคิดแรก
 
อีกข้อคิดหนึ่งก็คือ ชาวมายาผู้ทำปฏิทินหรือจารึกเองนั้น นอกจากจะเป็นชนชาติที่มีความรู้ความสามารถแล้ว ยังน่ายกย่องตรงที่พวกเขายังสามารถดำรงเผ่าพันธุ์และรักษาวัฒนธรรมของตนอยู่ได้ถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะถูกรุกรานและทำลายล้างจากชนชาติสเปนที่เข้ามาล่าอาณานิคม (สามารถอ่านเรื่องเกี่ยวกับชาวมายา และอารยธรรมมายาได้ในเว็บไซต์ wikipedia ภาษาต่าง ๆ) แล้วพวกเราล่ะหากประสบชะตากรรมเดียวกับชนชาวมายาแล้วจะสามารถดำรงเผ่าพันธุ์และรักษาวัฒนธรรมประเพณีของพวกเราไว้ได้หรือไม่
 
ประเด็นสุดท้าย เป็นเรื่องข้อคิดเห็นที่น่าสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน กล่าวคือผมได้มีโอกาสดูสารคดีชุด SCIENTISTS DISCUSSING THE MYSTERIOUS MAYAN CULTURE จากเว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ CCTV ซึ่งเป็นสารคดีของจีนจำนวน ๔ ตอน ที่มีนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ๔ คน มาวิเคราะห์ถึงเรื่องคำทำนายของชาวเผ่ามายา และเรื่องปรากฏการณ์ที่จะทำให้โลกถึงกาลอวสาน กล่าวโดยสรุป นักวิทยาศาสตร์ทั้ง ๔ คน ไม่เชื่อว่าจะเกิดปรากฏการณ์ที่จะทำให้โลกสิ้นสุดหรือมนุษยชาติสูญพันธุ์ไปได้ แต่นอกเหนือจากการแสดงความคิดเห็นเรื่องดังกล่าวแล้ว ทั้งสี่คนยังได้แสดงทัศนะที่เกี่ยวกับเรื่องการนำองค์ความรู้ทางด้านธรณีวิทยาและเรื่องดาราศาสตร์มาใช้เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประดิษฐ์สิ่งใหม่ ๆ ดังเช่น ZHU JIN ได้แสดงทัศนะในเรื่องระบบการศึกษาได้อย่างน่าสนใจอย่างยิ่ง เขาได้แสดงทัศนะไว้ตอนหนึ่งว่า พวกเราไม่จำเป็นต้องสอนเด็กทุกเรื่อง ยิ่งสอนมากเด็กจะมีความอยากรู้อยากเห็นน้อยลง เนื่องจากไม่มีเวลาสำหรับสิ่งอื่น ๆ ผมยอมรับว่าดูนักวิทยาศาสตร์จีนแสดงทัศนะแล้วรู้สึกยกย่องนับถือชาวจีนเลยนะครับที่ผลิตสารคดีชุดนี้ออกมาครับ สื่อมวลชนไทยน่าจะเลียนแบบบ้างนะครับ


            อาจสรุปได้ว่าความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกนั้นเป็นความเชื่อที่เกิดจากการตีความอย่างผิด ๆ และความไม่รู้ถึงข้อเท็จจริง ประกอบกับมีการปล่อยข่าวออกมา ทำให้เกิดเป็นกระแสดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้จากสภาพแวดล้อมในปัจจุบันคงไม่ทำให้โลกถึงคราวสิ้นสุดลงไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าโลกจะไม่ถึงคราวอวสาน แต่ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและบ่อยครั้งทั่วทั้งโลกในเวลานี้ ก็เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าธรรมชาติได้เสียสมดุลจนยากที่จะทำให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้แล้ว นอกจากนี้
การทำสงครามและการก่อการร้ายยังทำลายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน และความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างคนในโลกลงไป ซึ่งหากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปมนุษยชาติก็จะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันสิ้นโลกแต่อย่างใด ฝากไว้ให้คิดครับ
 
 
 
  
 
 
 
 

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พุทธชยันตี ๓ เราจะรักษาและสืบสานพระพุทธศาสนาได้อย่างไร

        หลังจากสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว พระสงฆ์และพุทธบริษัทได้ร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนา และได้มีการเผยแผ่พระศาสนาไปในดินแดนต่าง ๆ โดยหนึ่งในดินแดนที่ว่านั้นก็คือ ประเทศไทย นั่นเอง

        ชาวไทยได้ยอมรับนับถือและปฏิบัติตามหลักธรรมคำสั่งสอนทางพระพุทธศาสนามาหลายรุ่น
ก่อให้เกิดเป็นประเพณีที่ดีงามและมีคุณค่ามากมาย พระพุทธศาสนาได้หยั่งรากลึกลงในวิถีชีวิตของ
คนไทยตั้งแต่เกิดจนถึงตาย มรดกทางพระพุทธศาสนามีให้เห็นได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอาราม
พระพุทธรูป ภาษาและวรรณกรรม คำสั่งสอน ประเพณี เทศกาล ฯลฯ





        อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปจากสังคมในอดีตอย่างรวดเร็ว ได้ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนในสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดีนัก ดังจะเห็นได้จากข่าวตามสื่อสารมวลชนต่าง ๆ ที่เสนอเรื่องของการฆ่ากันตายและการก่ออาชญากรรมเป็นรายวัน ข่าวการทุจริตและประพฤติ
มิชอบในแวดวงของข้าราชการ นักการเมือง (ทั้งระดับประเทศและระดับท้องถิ่น) และแวดวงธุรกิจ
ความประพฤติที่เสื่อมเสียของวัยรุ่นและดารา รวมถึงความขัดแย้งทางการเมือง สภาพสังคมที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและเห็นแก่ตัว การใช้ความรุนแรงในการแก้ไขปัญหา การติดการพนัน การค้าและเสพยาเสพติด การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

       นอกจากนี้ วิถีชีวิตของคนในสังคมไทยในปัจจุบันก็เหินห่างจากพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก
นอกจากวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาแล้ว  เราไม่ค่อยจะได้เห็นคนไทยเข้าวัด ตักบาตร ฟังธรรม หรือนำหลักธรรมมาใช้ในชีวิตประจำวันเลย คนไทยยุคปัจจุบันชอบการละเล่น ชอบดื่มเหล้า เล่นการพนัน มีกิริยาก้าวร้าวรุนแรง ไม่รักนวลสงวนตัว พูดคำหยาบ ไม่เคารพผู้ใหญ่ ไม่สนใจในการเรียนวิชาพระพุทธศาสนา ในส่วนของพระสงฆ์เองก็พบว่ามีปัญหาพระภิกษุต้องอาบัติหนัก ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้
นักวิชาการรุ่นใหม่ก็มีทัศนคติไม่ให้ความสำคัญและยังมองพระพุทธศาสนาในเชิงลบอีกด้วย จึงเป็นที่น่าวิตกเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะรักษาพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนอยู่ในสังคมไทยได้อย่างไร

      นอกจากข้อเสนอเรื่องการบัญญัติให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ให้วัดพระ (วันธรรมสวนะเป็นวันหยุดราชการ) การบัญญัติกฎหมายเพื่อการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา และการเคลื่อนไหวขององค์กรชาวพุทธ (องค์กร Knowing Buddha) ที่รณรงค์คัดค้านการกระทำที่เป็นการหมิ่นพระพุทธรูปแล้ว ผู้เขียนคิดว่าเราควรจะทำให้สร้างสภาพสังคมที่เอื้ออำนวยต่อการสืบทอดพระพุทธศาสนาและสร้างสังคมที่สงบสุข แล้วจะทำอย่างไรล่ะ?

    เราควรเริ่มจากการทำโดยให้ผู้คนในสังคมไทยได้ซึมซับหลักธรรมและศาสนพิธีในชีวิตประจำวัน 
เริ่มจากสื่อมวลชนและบริษัทที่ทำรายการบันเทิงต่าง ๆ ควรผลิตรายการโทรทัศน์ เพลง การ์ตูนที่มีส่วนในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและสนับสนุนการนำหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวันออกมา ถ่ายทอดสดการสวดมนต์ทำวัตรเช้าของพระสงฆ์ผ่านทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์แทน
การนำเสนอข่าวอาชญากรรม ข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ควรนำเสนอข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์และ
พุทธบริษัทที่กระทำความดี หรือนำเสนอเรื่องของบุคคลที่ทำประโยชน์ต่อสังคมมากกว่าลงข่าว
ความขัดแย้งของบุคคลต่าง ๆ ในสังคม หรือเสนอข่าวความประพฤติที่ไม่สมควรของบุคคลต่าง ๆ

      ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ที่นั่งรอรถประจำทาง บนรถโดยสารประจำทาง ในโรงเรียน ในโรงงาน สถานีรถไฟ ควรจะมีพุทธศาสนสุภาษิตปรากฏอยู่ในบริเวณที่สมควร ในเวลาที่ผู้คนเลิกงาน ตอนเย็น รวมถึงตอนค่ำก็ควรเผยแพร่รายการธรรมะผ่านทางสถานีวิทยุ และโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ แทนละครที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ซึ่งจะเป็นการช่วยให้คนที่ผ่านความเครียดจากการทำงานมาได้ผ่อนคลายอารมณ์ด้วย

     เจ้าของสถานที่ประกอบการทั้งภาคส่วนราชการและภาคส่วนเอกชนควรจะสนับสนุนให้มีการทำบุญกับพระสงฆ์เป็นประจำ เช่น นิมนต์พระสงฆ์มาฉันเพล มาเจริญพระพุทธมนต์ มาแสดงธรรม ในโอกาสต่าง ๆ หรือทุกวันพระ (ในกรณีที่วันพระไม่ได้เป็นหยุดราชการ) สนับสนุนให้บุคลากรในหน่วยงานของตน
สวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำ เป็นต้น


      ครูอาจารย์ควรสอดแทรกศีลธรรมในระหว่างการเรียนการสอนในคาบเรียนต่าง ๆ และควรจะต้องมีการบ้านวิชาพระพุทธศาสนาเป็นประจำ นักเรียนจะได้กระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ในการศึกษาหลักพุทธธรรม


     หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ภาครัฐก็สำคัญมาก เช่น การสนับสนุนให้มีการบวช (ที่ไม่ใช่การบวชหน้าไฟ หรือบวชตามประเพณี) การสนับสนุนการสร้างวัดวาอารามให้อยู่ใกล้สถานที่ชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนนั้นสามารถทำบุญและไปวัดได้ง่าย  การจัดระบบผังเมืองและการบังคับใช้กฎหมายผังเมือง อย่าให้มี
การตั้งสถานบันเทิงอยู่ใกล้วัดและสถานศึกษา อย่าให้มีการรุกที่วัด หรืออย่าให้มีการหาประโยชน์จากที่ดินของวัด การดูแลรักษาความสะอาดในบริเวณวัดและภายนอกวัดเป็นประจำ

     ในส่วนของพระภิกษุสงฆ์ก็ควรจะเป็นผู้ชี้นำคนในสังคมให้ไปในทางเจริญ โดยการเผยแผ่พุทธธรรมให้กว้างไกลออกไป ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี หมั่นศึกษาพระธรรม รักษาพระวินัยอย่างเคร่งครัด อบรมสั่งสอนศีลธรรมเป็นประจำ คอยชี้แนะเมื่อเกิดปัญหาขึ้นในสังคม ทำประโยชน์โดยไม่เน้น
ผลตอบแทน ไม่เรี่ยไรมากจนเกินไป ไม่สอนธรรมที่ผิด เกื้อกูลต่อสังคมไทย (และถ้าเป็นไปได้ สังคมโลก)


     พุทธบริษัทก็จะต้องร่วมมือร่วมใจกันส่งเสริม สนับสนุน และปกป้องพระพุทธศาสนา ด้วยการปฏิบัติกิจของชาวพุทธ เช่น การบำรุงเลี้ยงดูพระสงฆ์ด้วยการหมั่นตักบาตร ถวายภัตตาหาร เข้าวัดและพา
ญาติพี่น้องบุตรหลาน เชิญชวนบุคคลอื่นให้เข้าวัดฟังธรรม หมั่นสวดมนต์ไหว้พระ แนะนำสั่งสอนศีลธรรมให้แก่บุตรหลานของตน และประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้คนอื่นเห็น นำหลักธรรมในพระพุทธศาสนามาใช้ในชีวิตประจำวัน รักษามารยาททางสังคม เคารพกฎหมายและระเบียบวินัย หมั่นรักษาศีลห้า
สนับสนุนการบวช เข้าร่วมพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ไม่แสวงหาประโยชน์ในทาง
พุทธพาณิชย์ ธรรมพาณิชย์ หรือสังฆพาณิชย์ โดยเด็ดขาด และจะต้องไม่นำสัญลักษณ์ทาง
พระพุทธศาสนาไปใช้ในทางที่ผิดไปจากวัตถุประสงค์หรือผิดไปจากศีลธรรม จะต้องไม่ตีความหรือ
แอบอ้างหลักธรรมในทางที่ผิด
จะต้องคอยว่ากล่าวตักเตือนบุคคลที่ประพฤติไม่เหมาะสมต่อพระพุทธศาสนา
คัดค้านการกระทำที่ไม่ถูกต้องต่อพระพุทธศาสนา

ฯลฯ



      

      ที่นำเสนอมานี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าเพื่อการสืบสานพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ในสังคมไทยและสั่งคมโลกต่อไปเท่านั้น ยังมีประเด็นที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาอีกมากมายหลายเรื่องที่ถ้ามีโอกาสแล้วก็จะได้เขียน (พิมพ์) ให้ทราบต่อไป ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของบทความเนื่องในโอกาสฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และ ๒๖๐๐ ปี แห่งการกำเนิดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ขอให้ชาวพุทธทุกท่านได้อานิสงค์จากบทความทั้งสามตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ครับ