วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
อินทร์ พรหม ยม ยักษ์
การจะรักษาการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและรักษาความเป็นธรรมในสังคมไว้ได้นั้น พวกเราชาวไทยจะต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นอย่างพระอินทร์ พระพรหม พระยม และยักษ์
พระอินทร์ ผู้เป็นราชาแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์จะไม่สามารถประทับนั่งบนทิพยอาสน์ได้หากมีผู้สุจริตประสบภัยอันตราย และลงมาให้ความช่วยเหลือผู้สุจริตดังกล่าว ขอให้พวกเราชาวไทยไม่นิ่งเฉยหากเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง หรือพบเห็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายแก่สังคมและต่อผู้บริสุทธิ์ จะต้องให้ความช่วยเหลือแก่สุจริตชนผู้ที่ได้รับเดือดร้อนดังกล่าวตามกำลังความสามารถ
พระพรหม พระเจ้าผู้มีสี่หน้า และเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง ขอให้พวกเราชาวไทยมีพรหมวิหารธรรม กล่าวคือ มีความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ต่อผู้อื่นในสังคม และเป็นผู้ที่มองเหตุการณ์ได้อย่างรอบคอบรอบด้านดุจดังพระพรหมผู้มีสี่หน้า
พระยม ตุลาการผู้เที่ยงธรรม ตัดสินวิญญาณผู้กระทำความชั่วให้ได้รับโทษตามสมควรแก่ความผิด ขอให้พวกเราชาวไทยมีความยุติธรรมในจิตใจ อย่าปล่อยให้อคติมาครอบงำความคิด วินิจฉัยสิ่งที่ถูกสิ่งที่ผิดตามหลักการของกฎหมายและความถูกต้องเป็นธรรม ฝ่ายตุลาการก็จะต้องวินิจฉัยอรรถคดีด้วยความยุติธรรมและตามหลักกฎหมาย
ยักษ์ ผู้ปกปักรักษาวัดวัง ขอให้พวกเราชาวไทย ทั้งตำรวจ ทหาร และประชาชนได้ช่วยกันปกปักรักษาหลักการ หลักนิติรัฐ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ความสงบเรียบร้อยในสังคมไทย แผ่นดินไทยและผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนไว้เพื่อลูกหลานไทยในอนาคต
วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
นิยายลา ฟลอร่า ตอน ศึกชิงกุหลาบ ตอนที่ ๑
"...และนี่ก็คือประวัติวันวาเลนไทน์ค่ะ"
เสียงปรบมือดังกึกก้องแทบจะทันทีที่คำอธิบายดังกล่าวจบลง
"คุณโรซารี่ เท่ มาก ๆ เลย" "กรี๊ด!! คุณโรซารี่ขา"
"และแล้ว เราก็ได้ผู้ชนะการประกวดเรียงความวันวาเลนไทน์ประจำปี ๒๐๑๔ กันแล้วนะครับ นั่นคือ โรซารี่ เกรย์ คลาสพริ้นเซสห้อง E นั่นเอง" ครูวินเซนต์ วิลเลี่ยมซึ่งรับหน้าที่เป็นพิธีกรงานวันวาเลนไทน์กล่าว
"ยินดีด้วยเจ้าค่ะ คุณโรซารี่" เด็กสาวผมแกละชาวญี่ปุ่นกล่าวขึ้นด้วยแววตาที่เป็นประกาย
"และของรางวัลในปีนี้ก็คือ ดอกกุหลาบสายพันธุ์พิเศษที่ทางโรงเรียนได้จัดเตรียมขึ้นมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะเลยครับ" ครูวินเซนต์ผายมือไปทางด้านหลัง เมื่อนักเรียนเจ้าหญิงและนักเรียนเจ้าชายทุกคนหันหลังกลับไปมอง ก็ได้เห็นดอกกุหลาบจำนวน ๑๔ ดอก อยู่ในกระเช้าที่จัดตกแต่งอย่างสวยงาม ดอกกุหลาบทั้งสิบสี่ดอกนี้แต่ละดอกมีสีสันอยู่ถึงสามสี บางดอกก็เป็นสีเหลืองปนแดงปนม่วง บางดอกมีกลีบสีขาวแต้มชมพูและแต้มแดง บางดอกก็มีสีแดง สีฟ้า สีเหลือง อยู่ในแต่ละกลีบ เป็นต้น ดอกกุหลาบเหล่านี้เป็นผลงานของชมรมพฤกษศาสตร์ที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมา ส่วนการจัดตกแต่งดอกกุหลาบนั้นเป็นฝีมือของสมาชิกชมรมจัดดอกไม้
"และเนื่องในโอกาสวันแห่งความรักนี้ เราขอให้นักเรียนเจ้าชายคนหนึ่งเป็นผู้มอบของรางวัลให้แก่เลดี้โรซารี่ด้วยครับ"
"คุณโรซารี่ ให้ผมได้มอบดอกกุหลาบให้กับคุณนะครับ" เสียงแหลมเล็กน่ารักของอเล็กเซดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏกายบนเวทีของเด็กชายร่างเล็กที่ไว้ผมหางเปีย
"เดี๋ยวก่อน! ให้ผมมอบของรางวัลให้คุณหนูเองครับ" เสียงเด็กหนุ่มอีกคนแทรกขึ้นมา
"ไลโอเนล !" โรซารี่อุทาน
"เอาละครับ ท่านผู้ชมตอนนี้มีเนักเรียนจ้าชายสองคนมาขอมอบของรางวัลให้เลดี้ของเรา จะเลือกใครดีครับ?" ครูวินเซนต์หันไปถามโรซารี่
"เอ่อ คือ หนู" โรซารี่ทำหน้าเลิ่กลั่กหันไปมองหน้าไลโอเนลที หันไปมองหน้าอเล็กเซที
"ทำไม ไม่จัดการประลองล่ะค่ะ" เป็นข้อเสนอจาก ผอ. โรงเรียนลา ฟลอร่า นั่นเอง
"ให้ทั้งสองคนแข่งขี่ม้าเก็บดอกกุหลาบกัน ใครสามารถเก็บดอกกุหลาบได้มากที่สุดก็จะเป็นผู้ชนะได้มอบของรางวัลและได้เต้นรำคู่กับเลดี้โรซารี่ด้วย"
"เป็นการแข่งชิงกุหลาบนั่นเอง ไอเดียเยี่ยมยอด ใช่ไหมครับ เลดี้ แอนด์ เจนเทิลเมนท์" ครูวินเซนต์หันไปขอความเห็นจากนักเรียนทั้งหลาย เรียกเสียงวีดวิ้วให้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"ตกลงกันตามนี้ อีกครึ่งชั่วโมง ไปเจอกันที่สนามแข่งม้าของโรงเรียนนะคะ" ผอ. กล่าวสรุป
***
ณ สนามแข่งม้าของโรงเรียนลา ฟลอร่า อเล็กเซในชุดทหารม้าคอสแซค (Cossacks) อยู่บนหลังม้าสีน้ำตาลเข้ม ส่วนไลโอเนลในชุดทหารม้ารักษาพระองค์ของอังกฤษ (Blues and Royals [Royal Horse Guards and 1st Dragoons]) นั่งอยู่บนหลังม้าขาวที่ชื่อว่า "แอนโธนี่"
"พร้อมนะครับ วัน ทู ทรี สตาร์ท!" สิ้นเสียงของครูวินเซนต์ นักเรียนเจ้าชายทั้งสองคนก็ควบม้าไปตามลู่วิ่ง เมื่อถึงทางโค้งแรกอเล็กเซก็เอี้ยวตัวลงเก็บดอกกุหลาบสีชมพูดอกแรกที่วางอยู่บนลู่แข่งได้ก่อน
"ดอกกุหลาบหนึ่งดอกหมายถึงอะไร?" เป็นคำถามที่ออกมาจากหุ่นยนต์รูปผึ้งตัวหนึ่งซึ่งบินตามผู้เข้าแข่งขันทั้งสองมา
"รักแรกพบ" อเล็กเซตอบอย่างรวดเร็ว "ถูกต้อง" หุ่นยนต์ผึ้งบินไปทางไลโอเนลซึ่งสามารถเก็บดอกกุหลาบสีแดงได้ถึงสองดอกพร้อมกัน
"แล้วดอกกุหลาบสองดอกล่ะหมายถึงอะไร?"
"เป็นการแสดงความรู้สึกที่ดีให้กัน" ไลโอเนลตอบทันที ก่อนที่จะใช้เท้ากระตุ้นม้าที่ตัวเองขี่ให้เร่งฝีเท้าขึ้นอีก (๑)
"สู้เขานะ อเล็กเซ" "ไปเลย ไลโอเนล" เสียงเชียร์จากทั้งนักเรียนเจ้าชายและนักเรียนเจ้าหญิงดังขึ้นอย่างไม่ขาดระยะ แต่มีนักเรียนชายนักเรียนหญิงอยู่กลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ส่งเสียงเชียร์ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองคน
"นายไม่ไปเชียร์อเล็กเซหน่อยเหรอ?" ทิวาถาม
"ไม่จำเป็นหรอก หมอนั่นเก่งจะตาย ก็เป็นถึงหนึ่งในห้าราชานี่นา" กียุลตอบ "ว่าแต่ เธอทำขนมอะไรน่ะ?" กียุลถาม
"นี่น่ะเขาเรียกว่าขนมคน รัก กัน เรียกอย่างย่อว่า ขนมครก ไงล่ะ" ทิวาตอบ (๒)
"เฮ้ย! มีขนมอย่างนี้ด้วยเหรอ ไหนลองเล่าให้ฟังซิ เป็นอย่างไร" และเมื่อได้ฟังคำตอบจากทิวาแล้วกียุลก็ทำหน้าไม่เชื่อถือเรื่องเล่าจากปากของทิวา
"ไม่เชื่อก็ตามใจ แต่อย่าลืมลองชิมขนมครกฝีมือฉันด้วยล่ะ" ทิวาพูดพลางบรรจงใช้ช้อนหยอดน้ำแป้งผสมกะทิลงในหลุมครกทีละช่อง ก่อนที่จะใช้ช้อนอีกคันตักฟักทองหยอดลงในไปบนน้ำแป้งที่กำลังสุกอยู่นั้น
"รู้ไหมว่าขนมครกนี่สีขาวเหมือนเครื่องแบบที่พวกนายใส่อยู่เลยนะ" ทิวาพูด
"ก็สีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์นี่ ก็เหมือนกับกุหลาบสีขาวที่ฉันให้เธอตอนขอเธอเต้นรำนั่นแหละ เป็นความรักที่บริสุทธิ์นะ"
"กียุล นี่นาย" ทิวาเงยหน้าขึ้นมองกียุลที่ตอนนี้ถอดแว่นตาออกแล้วหันมามองหน้าทิวา
"หาใช่สีขาว หรือสีแดง แต่เป็นสีดำต่างหากที่หมายถึงความรักแท้" ราตรีซึ่งกำลังคนแป้งอยู่พูดขึ้นมา
"เอ๋!" ทั้งทิวาและกียุลร้องขึ้นพร้อมกัน
พระศิวะเป็นเจ้าทรงกลืนกินพิษที่เกิดขึ้นจากการกวนเกษียณสมุทรมิให้ตกลงมายังพื้นโลกจนพระศอของพระองค์กลายเป็นสีดำ สีดำจึงหมายถึงความเสียสละนับแต่นั้นมา" (๓)
ทั้งทิวาและกียุลถึงบางอ้อทันทีที่ราตรีเฉลย
"เฮ้ย! นี่เธอ ขนมไหม้หมดแล้ว" กียุลโวยวาย
ทิวารีบแคะขนมครกออกจากหลุมทันทีแต่ก็ไม่ทันแล้ว
"ไหม้หมดเลย นี่กียุล นายช่วยกินหน่อยได้ไหม" ทิวาหันไปขอร้องกียุล
"เรื่องอะไรเล่าก็ทำใหม่สิ" กียุลไม่ยอม
"ก็ได้ ก็ได้" ทิวาหันไปตักส่วนผสมของขนมอันเป็นจังหวะเดียวกับที่กียุลจับมือของทิวา ก่อนที่จะบรรจงหยอดส่วนผสมของขนมลงไปในหลุมครกทีละหลุม ทีละหลุม
"ฉันก็แค่อยากจะลองทำขนมครกดูบ้างเท่านั้นแหละ" กียุลตอบพลางเอามือโอบเอวทิวาไว้
"เอ่อ มันจั๊กจี้นะ ฮะ ฮะ ฮ้าดเช้ย!!!" แรงจากการจามทำให้ทิวาหงายหลังไปชนกียุล กียุลจึงเซไปชนราตรีที่กำลังถือหม้อใส่แป้งขนมครกอยู่ ผลก็คือ
"ยัยลิง เธอทำให้เสื้อฉันเปียกแป้งหมดเลย" กียุลโวยวาย "เลอะเสียแล้ว" ราตรีพูดขึ้นมา
"ก็เป็นผลจากการที่นายไปแตะต้องตัวเลดี้โดยไม่ขออนุญาตเธอก่อนไงล่ะ" ฮอรัสซึ่งอยู่ในซุ้มขายเสื้อผ้าข้าง ๆ ซุ้มขนมของทิวากล่าว
"อาทิวา ลื้อเป็นอะไรหรือเปล่า?" เหมยฮัวซึ่งกำลังช่วยฮอรัสปักผ้าอยู่ถามทิวาด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นอะไรหรอก แต่ตาตี๋แว่นกับราตรีน่ะเละเลย" ทิวาชี้นิ้วไปทางกียุลกับราตรีที่รีบวิ่งไปยังห้องน้ำเพื่อล้างน้ำแป้งออกจากเสื้อนักเรียน
"ว่าแต่เหมยฮัวกับฮอรัสทำอะไรอยู่เหรอ?"
"อั๊วกับตาฮอรัสช่วยกันเย็บผ้าที่มีลวดลายพิเศษฉลองวันวาเลนไทน์น่อ เป็นผ้าที่มีลายปักเป็นตัวอักษรจีนกับตัวอักษรไฮโรกลิฟฟิกที่แสดงคำว่า 'ความรัก' เพื่อขายให้กับนักเรียนหญิงที่ต้องการให้ของขวัญแก่นักเรียนโรงเรียนโนอาห์น่อ" เหมยฮัวตอบไปพลางปักผ้าไปพลาง
"ตายจริง! วันวาเลนไทน์น่ะผู้หญิงนิยมให้ชอคโกแลตแก่ชายหนุ่มที่ตนชอบต่างหากล่ะย่ะ จริงไหมยูริ"
"อย่างที่คุณนาซิสซ่าบอก ในปัจจุบันผู้หญิงในประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะมอบชอคโกแลตให้กับผู้ชายในวันวาเลนไทน์ แล้วพอถึงวันที่ ๑๔ มีนาคม หรือที่เรียกว่าวันไวต์เดย์ (White day) ฝ่ายผู้ชายก็จะมอบของขวัญตอบแทนให้กับฝ่ายหญิง ซึ่งจะเรียกว่า ซัมไบกาเอชิ (ญี่ปุ่น: 三倍返し sanbai kaeshi ?) ซึ่งราคาของควรจะมากกว่าราคาของที่ฝ่ายชายได้รับประมาณสองถึงสามเท่าเจ้าค่ะ " (๔) "แต่ปีนี้ยูริได้พับกระดาษแบบโอริงามิเป็นรูปกัปตัน C.L.O.C.K. ก็จะให้แก่คุณคริสโตเฟอร์น่ะเจ้าค่ะ" ยูริชูกระดาษที่ตนพับเป็นรูปกัปตัน C.L.O.C.K. ขึ้นมาให้ทุกคนดู โดยไม่ทันสังเกตว่าผู้ที่ตนจะให้ของขวัญนั้นได้ยืนอยู่ข้างหลังตัวเองแล้ว
"ยูช่างใจดีจริง ๆ เลย ไอก็มีของขวัญมาฝากยูเหมือนกัน" คริสโตเฟอร์ยื่นซองขนาดใหญ่ให้กับยูริ เมื่อยูริแกะซองออกดูแล้ว ก็ทำตาโตเป็นประกาย
"ไอขอให้ทางชมรมโหราศาสตร์ทำให้น่ะ" คริสโตเฟอร์ยิ้มแก้เขิน เมื่อยูรินำสิ่งที่อยู่ในซองออกมาแสดงให้เพื่อน ๆ ดู
"ไพ่ทาโรต์นี่นา แต่เอ๊ะ! เป็นไพ่ทาโรต์ที่มีแต่รูปคริสโตเฟอร์กับยูริทั้งนั้นเลย แล้วไพ่ใบนี้" ทิวาถือไพ่ใบที่มีคำว่า The Lovers ขึ้นมาดู
"อย่านะเจ้าคะ!!" ยูริรีบคว้าไพ่ใบนั้นมาจากมือของทิวาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้ใบหน้าของยูริและคริสโตเฟอร์แดงก่ำไปหมดแล้ว
"อุ๊ย! น่ารักจังเลย เด็ก ๆ "
"สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ ครูฌาแนตต์ "
"ความรักเป็นสิ่งที่งดงามนะจ๊ะเด็กน้อย จงทะนุถนอมให้ดีล่ะ"
"ผมก็เห็นด้วยกับที่คุณพูดนะ แต่ช่วยปล่อยผมไปทีเถอะ" ครูวินเซนต์พยายามดิ้นรนให้พ้นจากอ้อมกอดของ
ครูฌาแนตต์ แต่มีหรือที่ร่างบางจะหลุดออกจากท่อนแขนอันทรงพลังได้
ครูฌาแนตต์ แต่มีหรือที่ร่างบางจะหลุดออกจากท่อนแขนอันทรงพลังได้
"แต่ความรักก็เป็นความมืดมนเหมือนกัน" ราตรีกลับมาพร้อมกับกียุล ทั้งคู่ล้างเสื้อผ้าและเปลี่ยนชุดใหม่แล้ว
"ช่วยอธิบายให้ครูฟังหน่อยสิจ๊ะ เลดี้" ครูฌาแนตต์ถามโดยยังคงกอดรัดครูวินเซนต์ไว้อย่างเหนียวแน่น
"ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล อุปสรรคใดใด
ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป บ ยอมอยู่ ณที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้ ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง บ หวนคิดถึงเจ็บกาย "(๕)
ราตรีท่องคำฉันท์ที่ปรากฏในบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเรื่องมัทนะพาธาออกมาได้อย่างแม่นยำ
"หากไม่ควบคุมความรักให้ดี ความรักก็จะทำให้เราขาดสติได้" ราตรีสรุป
"โอ้ ! อย่างนั้นเหรอจ๊ะ ถ้าอย่างนั้นเด็ก ๆ ทุกคนก็ต้องควบคุมตัวเองอย่างให้ความรักครอบงำจนขาดสตินะ"
"นั่นนะสิครับ" ครูวินเซนต์พูดหน้าตาเหยเก
"ครูไปก่อนล่ะ ไปกันเถอะครูวินเซนต์ พวกเราไปเต้นรำกันเถอะ"
"ม่าย! ม่ายเอา!" ครูวินเซนต์ร้องอย่างน่าเวทนา ทำให้เด็ก ๆ ได้แต่ส่ายหน้า
"แล้วนี่อาโรซารี่อยู่ไหนล่ะน่อ ไม่มาเชียร์อาอเล็กเซกับตาไลโอเนลเหรอ"
"ถ้าพูดถึงโรซารี่ล่ะก็ เมื่อกี้ตอนฉันไปห้องน้ำเห็นนั่งอยู่ในชมรมปาติซิเยร์น่ะ" กียุลตอบ
ณ ชมรมปาติซิเยร์
"ท่านพี่โรสคะ" มิเนียร่า ซานาลิน หรือมินต์พูดพลางจ้องหน้าโรซารี่ "คุณโรซารี่ขา" ซาลูน่า แซมบาลู ยิ้มให้กับโรซารี่ ทั้งคู่ยื่นกล่องรูปหัวใจซึ่งบรรจุชอคโกแลตเบลเยียมอยู่ภายในมาข้างหน้าโรซารี่แล้วจึงกล่าวขึ้นพร้อมกันว่า
"ได้โปรดรับชอคโกแลตของฉันเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ด้วยค่ะ"
"เอ่อ คือว่า คือ" โรซารี่ทำหน้าตาเหรอหรา
โปรดติดตามตอนต่อไป
อ้างอิง
(๑) http://www.panmai.com/Valentine/rose_legend.shtml
(๒) ตำนาน ขนมครก http://www.baanmaha.com/community/thread35628.html
(๓) http://diarylovemanman.blogspot.com/2013/06/blog-post.html
(๔) http://en.wikipedia.org/wiki/White_Day และ http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%8C
(๕) http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/utaradit/watcharee-w/matana/index.htm
วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
หน้าที่ของคนไทย
"ถ้าคนไทยทุกคน ถือว่าตนเป็นเจ้าของชาติบ้านเมืองและต่างปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและถูกต้องตามทำนองคลองธรรมแล้ว ความทุกข์ยากของบ้านเมืองก็จะผ่านพ้นไปได้ "
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘ แห่งราชวงศ์จักรี) จากธนบัตรราคา ๒๐ บาท
จากพระราชดำรัสข้างต้น จึงขอเชิญชวนคนไทยให้ร่วมกันทำหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองของเราดังต่อไปนี้
๑) รักษาชาติบ้านเมืองให้มั่นคงปลอดภัยจากการรุกรานทำร้ายคนไทยทั้งจากกรณีของผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุในจังหวัดชายแดนภาคใต้และจากผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุในกรุงเทพมหานคร
๒) รักษาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยไว้ให้ได้ อย่าให้มีคนบางกลุ่มบางพวกมาสถาปนาการปกครองในรูปแบบเผด็จการขึ้นมา
๓) รักษาพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติไว้โดยปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้ความคุ้มครองแก่พระสงฆ์องค์เจ้าที่ประพฤติตนอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัย ดูแลรักษาศาสนสถานและศาสนวัตถุ ต่อต้านพวกสอนธรรมนอกรีต (เช่น พุทธอิสสระ สันติอโศกหรือธรรมกาย เป็นต้น)
๔) รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์โดยอย่าให้ใครมากล่าวอ้างความจงรักภักดีเพื่อมาก่อความเสียหายให้กับชาติบ้านเมือง
๕) รักษาความเป็นปึกแผ่นของแผ่นดินไทยและชาวไทยด้วยการหาทางป้องกันไม่ให้คนไทยด้วยกันทะเลาะเบาะแว้งแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งภาค แบ่งสีเสื้อ หาทางทำให้คนที่แตกแยกกันให้หันกลับมาคืนดี สลายสีเสื้อ
๖) รักษาหลักนิติรัฐ นิติธรรม ด้วยการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายที่ตราขึ้นมาโดยถูกต้องตามกระบวนการในระบอบประชาธิปไตยและมีเนื้อหาที่เป็นธรรม ต่อต้านการละเมิดกฎหมายทุกรูปแบบ ไม่ให้ความร่วมมือกับผู้ที่กระทำการละเมิดกฎหมาย ไม่ยอมรับคำวินิจฉัยที่ไม่เป็นไปตามหลักของกฎหมายและความยุติธรรม รักษารัฐธรรมนูญ รักษาสิทธิเสรีภาพทั้งของตนเองและผู้อื่น
๗) รักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของไทยไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา มารยาทและวัฒนธรรมไทยที่สอนให้คนไทยเป็นคนสุภาพเรียบร้อย มีน้ำใจต่อคนอื่นนั้นจะช่วยให้คนไทยกลับมารักใคร่สามัคคีกัน และเป็นการค้ำจุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยด้วย
๘) รักษาทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นทรัพย์สมบัติร่วมกันของประชาชนชาวไทย ไม่ให้มีคนกลุ่มหนึ่งหรือคนต่างชาติเข้ามาตักตวงหรือทำลาย
๙) รักษากิจการและอาชีพของคนไทยไว้ เพื่อเป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจให้ลูกหลานไทย
๑๐) รักษาที่ดินทำกินให้คนไทยทุกคนได้มีที่ดิน และ
๑๑) เหนือสิ่งอื่นใดรักษาความถูกต้องไว้
ทำหน้าที่ของท่าน แล้วบ้านเมืองไทยจะผ่านพ้นความทุกข์ยากไปได้ครับ
วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
ไม้กระดก
พวกคุณเคยเล่นไม้กระดกไหมครับ ?
พวกคุณรูัสึกอย่างไรเวลาที่ไม้กระดก กระดกขึ้นกระดกลง
สนุกไหม เสียวไหม?
แล้วเวลาที่ไม้กระดกไม่กระดกล่ะ รู้สึกอย่างไร
แล้วเคยเห็นไม้กระดกพังไหมครับ รู้สึกอย่างไร
การเข้าสู่อำนาจหรือการเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็เหมือนเล่นไม้กระดกนั่นแหละครับ
ถ้าคนหนึ่งยอมลง อีกคนหนึ่งก็จะลอยขึ้นไป
และเมื่อคนที่ลอยขึ้นลงมา คนที่อยู่ด้านล่างก็จะลอยไปอยู่ข้างบนแทน
สลับกันไปสลับกันมา คนเล่นก็สนุกสนาน
แต่ถ้าไม่ใครยอมอยู่ใต้ใคร ไม่มีใครยอมลง ไม้ก็ย่อมไม่กระดก คนเล่นก็ไม่สนุก
และถ้าหากมีใครทำตัวเป็นคนพาลทำลายไม้กระดก ทุกคนก็ไม่มีโอกาสได้เล่นไม้กระดกอีก
ทุกคนก็ไม่มีความสุข
ดังนั้น พวกเราชาวไทยทั้งหลาย เรามาเล่นไม้กระดกกันตามกติกาเถอะครับ
ยอมลง ยอมขึ้น สลับกันไป
อย่าทำลายไม้กระดกเลย
วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2557
วรรณกรรมเพื่อชนชาติไทย
เรียน คุณกัลฐิดา
สวัสดีครับ คุณกัลฐิดา จำผมได้ไหมครับ ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ตอนที่คุณกำลังจะออกจากบูทของสำนักพิมพ์สถาพร ผมเป็นคนที่เข้าไปพูดคุยกับคุณในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวกับการกำจัดคราบฟันว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ถึงคุณหมอจะจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะถึงอย่างไรผมก็จะติดตามงานเขียนของคุณหมอต่อไป เนื่องจากงานเขียนของคุณหมอนั้นยอดเยี่ยมเหลือเกิน ทั้งการดำเนินเนื้อเรื่อง การใช้ภาษา และข้อคิดที่สอดแทรกลงไปในเนื้อเรื่อง อย่างผลงานเรื่อง Calendar Castle ก็เป็นนวนิยายแนวแฟนตาซีที่มีโครงเรื่องหลักเป็นเรื่องของปัญหาครอบครัว การดำเนินเนื้อเรื่องชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดจากความรัก ความลุ่มหลงและความแค้นของบรรดาเทพเจ้าและมนุษย์ จนทำให้ลูกหลานที่เป็นเทพเจ้าและมนุษย์ต้องเข้ามาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นับเป็นเรื่องที่สร้างความประทับใจมาก (ไม่น้ำเน่า มีแต่ฉากตบตี หรือพูดจาหยาบคายแบบละครไทยหลายเรื่อง) ถ้าเทพเจ้าและมนุษย์ในเรื่องนี้สามารถร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แล้วทำไมคนไทยในยุคปัจจุบันจึงไม่ร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้อย่างสันติวิธีล่ะครับ เป็นไปได้ไหมครับที่คุณหมอและนักเขียนในเครือสำนักพิมพ์สถาพรท่านอื่นจะแต่งวรรณกรรมที่จะช่วยให้คนไทยหันกลับมาร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหาสังคมที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ หันกลับมารักใคร่สามัคคีกลมเกลียวกัน ไม่แบ่งแยกกัน และร่วมใจกันพัฒนาชาติไทยให้ก้าวหน้าสู่ความรุ่งเรือง ต่อไป เหมือนกับที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ และหลวงวิจิตรวาทการเคยแต่งวรรณกรรมเพื่อปลุกจิตสำนึกของคนไทยให้สามัคคีและทำเพื่อชาติบ้านเมืองมาแล้ว ผมไม่ได้ขอให้คุณหมอแต่งวรรณกรรมที่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง แต่เป็นวรรณกรรมที่เกี่ยวกับความรักชาติและความสามัคคีของคนในชาติต่างหาก ผมเองก็ลองแต่งเหมือนกัน โดยเอาตัวละครมาจากผลงานเรื่อง ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง คุณหมอสามารถดูได้ที่
http://vasuniti.blogspot.com/2014/01/blog-post_19.html
ขอโทษด้วยก็แล้วกันครับที่พอติดต่อกับคุณหมอมาก็ขอร้องคุณหมอแบบนี้เลย แต่ก็เพื่อชาติของเราน่ะครับ (ช่วงนี้ชาติของเราต้องการชาวบ้านบางระจันนะครับ)
ด้วยความเคารพ
นาย วสุ สรรกำเนิด
ป.ล. สามารถติดต่อผมได้ที่ https://www.facebook.com/vasuniti หรือ vasuniti@hotmail.com
Letter for My Beloved country
To editor, reporter and all readers of The Economist , CNN , BBC , Reuters , AP , AFP , DW, Times, Al jazeera, Washington post etc.
I have to express my opinion about the political crisis in my beloved country.
1) Those madness protesters are truly the terrorrists. They commited several aggravated crimes such as Defamation , Battery , Trespass and even Treason.
2) Those crazy mobs are the enemy of the public. They divide the people of the Kingdom by regions and by political opinion. They condemn and even assault everyone who disagree with them.
3) Those insanity mobs and those who support them are FAKE royalists. They just claim that they are royalists but act nothing to support the Monarchy. On the contrary, the current thai government and the former Thaksin government are the TRUE royalists. If you remember, they can held the King's birthday ceremony which receive very good reception from millions of thai people and foreigners.
(So I asked you not to use word 'royalist' or 'ultraroyalist' to refer to the mobs and those elites.)
4) Those unreasonable mobs and those who support them don't understand the meaning of democracy and patriotism.They don't accept the election or the principle of equality.They also use the national flag of Thailand to divide the people. Their action ruin the country.
5) The elites and the high rank military are the enemy of democracy.They launch many coup d'état since 1932 A.D.. First they hijack the power from King Rama VII of Chakri dynasty, then they hijacks the power from Thai people.
6) The current Constituional Judges , The Election Commission , The National Anti-Corruption Commission, appointed Senator and some scholars are groups of corrupted aristocrat. Their opinions/decisions/judgements are full of prejudice , unfair and unconstitutional.
7) Millions of Thai people want democracy and election. They are non violence group and they are neither red shirt nor the mobs. They don't want to seperate the country.
So No more coup,
No more violence,
No more mobs,
No more division,
No more hate speech,
No more prejudice,
No more Oligarchy!
The people of Thailand want democracy.
We want election.
Respect My Vote!
Sincerely yours
Vasu Sankamnerd (Thai people)
You are what you eat
ฝากกลอนให้คนไทยด้วยกันครับ
๑. You are what you eat
หากรับความเห็นผิดก็จะผิดตามกัน
ชอบฟัง hate speech กันอย่างเมามัน
แบ่งแยกชนชั้น แบ่งเขาแบ่งเรา
ดั่งญี่ปุ่นเยอรมัน เคยปลูกฝังประชา
ว่าชนชาติเราเป็นพวกเก่งกล้า
เป็นพวกเหนือกว่าชนทุกเผ่าพันธุ์
จึงได้ยกทัพรุกรานเข่นฆ่า
จนคนทั้งโลกาแทบวินาศดับสูญ
๒. You are what you eat
หากเชื่อมั่นในสันติวิธี
เชื่อในสิทธิเสรี
ทั้งคนจนคนมั่งมี
ล้วนเสมอภาคกัน
ยึดในนิติรัฐ
ยืนหยัดยุติธรรม
ชาวประชาจะสุขสันต์
ร่วมกันพัฒนา
ชาติให้ก้าวหน้า
ด้วยประชาธิปไตย
๓. มาช่วยกันเถิด
ช่วยกันสร้างสรรค์
สังคมไทยนั้นให้วัฒนาถาวร
ประเทศมั่นคง
ประชาดำรงศีลธรรม
รักษาวัฒนธรรม
อันเลิศล้ำอำไพ
และปลูกฝังความดี
ให้ลูกหลานไทย
จงจำเอาไว้ว่า
You are what you eat.
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)